บทความออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง
แนวโฆษณา : จักยอมตาย เพื่ออิสรภาพและความสงบแห่งชาติ
เป้าหมาย : กำลังทหาร ตำรวจ กำลังประชาชน ปชช.ทั่วไป แกนนำ,แนวร่วมฝ่ายตรงข้าม
สวัสดี(ครับ/ ค่ะ) ท่านผู้ฟังที่เคารพ
จากเหตุการณ์แนวร่วมป่วนใต้ ลอบวางระเบิดขบวนรถยนต์ทหาร ทำให้ทหารชั้นผู้ใหญ่ต้องเสียชีวิตพร้อมพลขับ และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 นายนั้น นับว่าเป็นการสูญเสียที่ยากจะทำใจได้ เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ลงมาทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ทหาร หรืออาสาสมัคร ต่างก็ทำงานด้วยความเสียสละ พร้อมที่จะเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อนำความสันติสุขมาสู่พี่น้องประชาชน ทั้งๆ ที่พวกเขาเหล่านี้มีครอบครัวอันเป็นที่รักและต้องรับผิดชอบ แต่พวกเขาเหล่านั้นได้เสียสละเวลา ความสุขส่วนตัวและอุทิศตนเอง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในรูปแบบต่างๆทั้งช่วยรักษาความสงบสุข ,ช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน, ให้การรักษาพยาบาล หรือการมาเป็นครูอาสาเพื่อช่วยสอนวิชาความรู้ให้กับลูกหลานของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานที่ดูแลด้านการศึกษา เรื่องการพัฒนาเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการเกษตรพัฒนา ดูแลติดตามงานในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เช่น โครงการฟาร์มไก่ โครงการเลี้ยงสัตว์ โครงการเกษตร โครงการตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น จะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้ามาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
พ่อแม่พี่น้องที่เคารพ(ครับ/ค่ะ) คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าหน้าที่ทหารที่ลงมาปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถูกมองอย่างเคลือบแคลงใจจากพี่น้องประชาชน รวมทั้งต้องปฏิบัติงานอย่างระมัดระวังท่ามกลางเหตุร้ายรายวัน ไม่ว่าจะเป็นการคอยคุ้มกันครู รวมถึงกลุ่มอาชีพต่างๆที่สุ่มเสี่ยงภัย และอีกภาระหน้าที่หนึ่ง คือการสร้างมวลชนสัมพันธ์ เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความไว้ใจ ให้ความร่วมมือกับทางราชการ ด้วยการปรับทัศนคติของประชาชนให้มองทหารอย่างเป็นมิตร ด้วยการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง โดยใช้กิจกรรมการพัฒนาตามรูปแบบชุมชนเข้มแข็ง แต่การทำงานมวลชนนั้นก็มีจุดอ่อน คือฝ่ายตรงข้ามจะรับรู้ความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนการปฏิบัติงาน การลงพื้นที่ในแต่ละครั้ง ต้องพร้อมด้วยความไม่ประมาท และยึดถือแนวทางสมานฉันท์และสันติวิธี
ซึ่งอันที่จริงแล้ว ความเป็นมาของการก่อการร้ายโดยขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ดำรงอยู่นานนับสิบๆ ปีแล้ว ความขัดแย้งทางความคิด ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ความไม่เสมอภาค และความไม่เป็นธรรมในอดีตที่ถูกสั่งสมมาอย่างยาวนาน และทั้งหมดก็แปรสภาพเป็นปัญหาการแบ่งแยกดินแดน ติดตามด้วยการฆ่ารายวัน โดยเป้าหมายอยู่ที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งการฆ่าประชาชนไปเรื่อยๆ และการก่อวินาศกรรมอย่างต่อเนื่อง สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้บริสุทธิ์ จนต้องอพยพออกจากพื้นที่ รวมทั้งข่มขู่ให้หวาดกลัว ไม่กล้าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ และอยู่อย่างนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสุดท้าย ทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ส่งผลให้หมดความเชื่อมั่นในผู้นำรัฐบาล และหมดความเชื่อถือในอำนาจรัฐ
แต่จากการสืบสวนขยายผลไปสู่การจับกุม ทำให้ผู้ต้องสงสัยยอมเปิดเผยข้อมูลต่อทางราชการ ส่งผลให้การปฏิบัติการทางจิตวิทยามวลชนของฝ่ายผู้ก่อเหตุเริ่มถดถอย ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับรู้ว่าขณะนี้กำลังต่อสู้กับความเชื่อซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องอุดมการณ์ และถูกผูกโยงเข้ากับความเป็นเชื้อชาติมลายู โดยมีการนำเอาหลักศาสนามาบิดเบือน ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่หลงผิดถูกใช้เป็นเครื่องมือ ดังจะเห็นได้จากหน่วยปฏิบัติการของขบวนการส่วนใหญ่จะเป็นเยาวชน และครูสอนศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นระดับแกนนำก่อความไม่สงบ ต่างถูกออกหมายจับจากทางการ อันสืบเนื่องมาจากการซัดทอดต่อๆ กัน ทำให้ภาครัฐสามารถทำลายระบบโครงสร้างของแกนนำได้ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือกับทางการมากขึ้น ทั้งนี้ เป็นผลจากการปฏิบัติงานด้านมวลชนของทหารทุกหน่วย ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์และได้รับความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับช่วงแรกๆ ที่ประชาชนจะรู้สึกกลัวและหวาดระแวงทหาร ปัจจุบันประชาชนเริ่มเปลี่ยนทัศนคติ และมีท่าทีที่เป็นมิตรต่อทหาร พร้อมทั้งให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน และแจ้งข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งการแจ้งเบาะแสนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการพบวัตถุต้องสงสัย หรือพบบุคคลแปลกหน้าเท่านั้น แต่ขอให้ช่วยกันดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เป็นห่วงเป็นใยกัน เป็นหูเป็นตาให้กันและกันก็เพียงพอแล้ว
พ่อแม่พี่น้องที่เคารพ(ครับ/ค่ะ) การสูญเสียครั้งนี้อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ,ทหาร อาสาสมัครและประชาชนทุกคนเสียขวัญและกำลังใจไปบ้าง แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะต่อสู้กับอิทธิพลมืดที่มองไม่เห็น ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าได้ แต่เราก็ไม่อยู่ในความประมาท และเราจะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมาครอบครองผืนแผ่นดินอันเป็นที่รักของพวกเรา ทุกคนมีความภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ และระลึกอยู่เสมอว่าการตายเพื่อชาติ ถือเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดของชายชาติทหาร
ไม่ว่าเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเพียงใด เจ้าหน้าที่ทุกหมู่เหล่า พร้อมด้วยประชาชนยังคงต้องต่อสู้กับผู้ก่อความไม่สงบ ต่อไปจนกว่าแผ่นดินไทยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะสงบสุข ทุกคนจะร่วมกันปกป้องผืนแผ่นดินไทย ขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน โปรดร่วมกันประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่มีการกระทำที่ผิดมนุษย์ เหมือนไม่ใช่คน คอยจ้องฉวยโอกาสก่อเหตุร้ายลอบฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทำลายสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เป็นเงินจากภาษีของพี่น้องประชาชน ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะร่วมกันผลักดัน ขับไล่ กลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้ออกไปจากประเทศของเรา รวมทั้งลุกขึ้นต่อสู้ ร่วมมือร่วมใจกันต่อต้าน สร้างจิตสำนึกความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ให้แก่ลูกหลานของเรา ตลอดจนขอให้ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือต่อการเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ เพื่อรวมพลังกันแก้ไขปัญหาให้เกิดความมั่นคง และสันติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป |