งานสนับสนุนปฏิบัติทางทหาร
งานสนับสนุนกิจการพลเรือน
งานเสริมสร้างความเข้าใจ
งานปลูกฝังอุดมการณ์
แผนรณรงค์ฯ บทความ/ใบปลิว
โครงการเมตตาธรรม





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความและใบปลิว

๗๒. การศึกษาเพื่อชีวิตและอนาคตที่สดใส

 

การศึกษาเพื่อชีวิต และอนาคตที่สดใส

ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดเสรีในด้านการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน สายศาสนา ,สายสามัญหรือ สายอาชีพ แล้วแต่ถนัดหรือรักที่จะเรียน สำหรับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในประเทศก็มีมากมายทั้งของรัฐและเอกชน เด็กที่สอบเข้าโรงเรียนของรัฐหรือมหาวิทยาลัยของรัฐไม่ได้ ก็ยังมีโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีคุณภาพรองรับอยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้กับเยาวชนที่พลาดหวังได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงต่อไป การศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็เช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นๆ แต่มีความแตกต่างกันอยู่บ้างคือ การเรียนการสอนแบบไม่มีวิชาหลักทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง กับแบบที่มีวิชาหลักทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือที่เรียกโดยทั่วกันว่า ปอเนาะ ซึ่งหมายถึง การเรียนสามัญควบกับศาสนา โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันนี้ มุสลิมส่วนใหญ่จะเรียนปอเนาะ เพราะตามหลักศาสนาแล้วมีความเชื่อว่า มนุษย์ไม่ได้อาศัยในโลกนี้อย่างเดียว แต่เมื่อตายแล้วต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองได้กระทำ ดังนั้นการที่มุสลิมเราเรียนปอเนาะจึงทำให้ได้เรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบัน และอีกสาเหตุหนึ่ง ก็เพราะว่าพ่อแม่อยากให้ลูกเรียนรู้ถึงหลักศาสนาอิสลามในการดำเนินชีวิต ตลอดจน ร.ร ปอเนาะมีค่าเทอมที่ถูกกว่าสามัญหลายเท่า
ซึ่งโรงเรียนของรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนเอกชนในระบบปอเนาะ ระบบการเรียนการสอนจะแบ่งเป็น ช่วงเช้าจะเรียนกีตับ(หนังสือเรียนศาสนา) ต่อจากนั้นจะเริ่มเรียนสายศาสนา ช่วงบ่ายเรียนสายสามัญ หลังจากนั้นพักทำภารกิจส่วนตัว และจะเริ่มเรียนกีตับ และอัลกุรอาน ซึ่งทุกคนจะรู้สึกว่าเหนื่อยมากๆ แต่ความรู้ที่ได้รับก็ถือว่าอยู่ในระดับหนึ่ง ระบบการเรียนการสอนตลอดจนอุปกรณ์การสอน หรือสื่อการเรียนการสอนยังไม่สมบูรณ์ เวลาในการอ่านหนังสือมีน้อยมากสำหรับเด็กในวัยนี้ กิจกรรมต่างๆแทบจะไม่มี ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่เด็กในวัยนี้ต้องการ สื่อในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หรือวิทยุ ได้รับไม่เท่าที่ควร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเด็กในวัยเดียวกันมีน้อยมาก การรับข้อมูลข่าวสารในแวดวงสังคมทั่วไปแทบจะไม่มีเลย ทำให้นักเรียนไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าคิด ไม่กล้าถามในสิ่งที่เป็นจริง เด็กจะรู้สึกเก็บกด และกดดันที่ต้องอยู่ในปอเนาะตลอดเวลา ซึ่งวิธีการเรียนการสอนลักษณะนี้ มักมีคนพูดว่า จะทำให้เด็กเป็นคนที่เคร่งศาสนาและมีระเบียบ วินัย ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วการที่คนเราจะเคร่ง หรือมีระเบียบวินัยนั้น ส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานทางครอบครัว ที่สอนให้รู้จักคิด และรู้จักวางตัวเป็นกลาง
ท่านผู้ฟังที่เคารพ(ครับ/ค่ะ) พื้นฐานที่ดีของเด็กเริ่มจากครอบครัว รองลงมาเป็นสถานศึกษา ถ้าครอบครัวและสถานศึกษาดี ย่อมส่งผลให้เด็กไปในทางที่ดี พ่อแม่ถือเป็นตัวหลักของเด็กควรที่จะส่งเสริม ชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง โดยสังเกตพฤติกรรมของเด็ก ว่ามีความถนัดในด้านใดบ้าง แต่ในทางกลับกัน อย่าบังคับเด็กให้ไปทำในสิ่งที่เด็กไม่ชอบ เพราะจะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเครียด ว้าเหว่รู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง และผลที่จะตามมา ก็คือ ปัญหาทางด้านสังคมนั่นเอง เช่น มั่วสุมยาเสพติด เป็นต้น
การที่เด็กได้กระทำในสิ่งที่ตนรัก หรือทำในสิ่งที่ตนชอบ จะเป็นประโยชน์ต่อตัวของเด็กเองในอนาคต โดยสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ฉะนั้น การที่เราส่งให้ลูกได้เรียนสูงๆ จะเป็นผลดีต่อตัวเด็ก, ครอบครัว, สังคม และประเทศชาติ ยิ่งในปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาเรื่อยๆ หากเราไม่ศึกษาหรือไม่มีการพัฒนาก็คงจะไม่ทันกระแสโลก
สถานศึกษาถือเป็นตัวรองลงมาจากสถาบันครอบครัว ที่ทำหน้าที่สอนให้เด็กมีความรู้ ความเข้าใจ พร้อมที่จะเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมให้เด็ก กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนในเรื่องของทุนการศึกษานั้น ทุกสถานศึกษาของรัฐบาลเปิดโอกาสให้กับเด็กทุกๆ คนอยู่แล้ว ซึ่งส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวของเด็กและสถานศึกษาเองว่าจะทำอย่างไร? ที่จะได้ทุนนั้นมา ฉะนั้นแล้วเมื่อมีโอกาสแล้วก็อย่าได้ปิดโอกาสของเด็ก รวมทั้งเด็กและเยาวชนเองก็อย่าปิดโอกาสของตัวเอง ควรที่จะไขว่คว้าเอาไว้ ทำให้ดีที่สุด ก้าวต่อไปข้างหน้า เพื่ออนาคตที่ดี
อยากให้เราลอง พิจารณาย้อนกลับไปมองถึงอดีต และอย่าได้ไปโทษรัฐบาล หรือโทษสิ่งรอบข้าง เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า พื้นที่ภาคใต้ของเรามีความอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เพียงพอกับปริมาณของประชากร แต่เพราะเหตุใดคนในพื้นที่ของเราไม่ค่อยได้เป็นเจ้าคนนายคน ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มาจากภูมิภาคอื่น หรือจากส่วนกลาง แทนที่จะเป็นคนในพื้นที่ นั่นเพราะว่าเขามีวุฒิการศึกษา มีความรู้ ความสามารถ โอกาสจึงเป็นของคนที่มีความพร้อมเสมอ ซึ่งเราจะไปกล่าวโทษว่าเขามาแย่งงานในพื้นที่ของเราไม่ได้ เพราะเขาก็คือคนไทย จะอยู่ที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย ส่วนเราที่เป็นคนในพื้นที่มีโอกาสทางการศึกษา มีทรัพย์สิน แต่เราไม่มองถึงอนาคต เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนับสนุนด้านการศึกษา สมัยก่อนคนที่เรียนหนังสือถูกมองแปลกๆ และมักจะมีคนพูดบ่อยๆว่าเรียนไปทำไม เสียเวลาทำมาหากิน หรือเรียนสายสามัญไปทำไม เรียนศาสนาอย่างเดียวดีกว่าจะได้บุญ ซึ่งจริงๆแล้วในศาสนาอิสลามได้บอกไว้ว่าให้ทุกคนเรียนหลังจาก ที่คลอดออกมาเป็นมนุษย์จนถึงหลุมฝังศพเมื่อเสียชีวิต ให้เรียนทางโลก(ดุนยา)และทางศาสนาพร้อมๆกัน เหตุผลเพราะว่าเราต้องอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ จึงต้องศึกษาทางโลกสายสามัญ และก็ต้องศึกษาทางศาสนา เนื่องจากว่าเราจะต้องไปในวันอาคีเราะห์(วันสิ้นโลก) จึงจะสมบูรณ์แบบในแบบฉบับของอิสลาม
ท่านผู้ฟังที่เคารพ(ครับ/ค่ะ) ถ้าอยากให้บ้านเมืองที่เราอาศัยอยู่ มีการพัฒนาในทุกๆด้าน เราต้องสนับสนุนด้านการศึกษา ปัจจัยภายนอกเป็นแค่เพียงส่วนเสริมเท่านั้น เมื่อเรามุ่งมั่นการศึกษาอย่างจริงจังแล้ว สิ่งที่เราฝัน งานที่พวกเรากันเองเป็นผู้บริหาร ตรงตามเจตนารมณ์ของเรา โดยที่เจ้าหน้าที่ในส่วนกลางไม่ต้องเข้ามาช่วยในส่วนนี้ เพราะคนในพื้นที่ของเรามีการศึกษาสูง มีความสามารถ แต่ถ้าเราไม่มีความรู้ ความสามารถ ทรัพยากรที่มีอยู่ก็จะค่อยๆหมดไป เนื่องจากเราไม่รู้จักประยุกต์ พัฒนา และอนุรักษ์ การกระทำอะไรก็ตามถ้าปราศจากความรู้ สิ่งเหล่านั้นก็มีค่าน้อย ตรงกันข้ามถ้าเรามีความรู้ สิ่งต่างๆที่มีในพื้นที่ของเราจะมีค่ามหาศาล และจะอยู่กับเราตราบนานเท่านาน เหมือนการศึกษาที่ติดตัวเราตลอดไป อยู่ที่ไหนก็ไม่เดือดร้อน
การศึกษาเป็นสิ่งที่สวยงามสำหรับเด็กและเยาวชน ถ้าเขาได้รับความรู้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของศาสนาหรือ วิชาสามัญก็ตาม เขาก็สามารถที่จะนำเอาความรู้ที่ได้ศึกษามาวิเคราะห์ และพิจารณาได้ว่าสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก ไม่ต้องตกไปเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเหมือนที่ผ่านมา ขอให้ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชน ได้ให้การสนับสนุนในเรื่องของการศึกษาให้มาก ๆ อย่าไปเสียดายกับเงินทองเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เสียไปกับเรื่องของการศึกษา รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นทุนเรียนต่อในประเทศ หรือต่างประเทศ แต่เราต้องสร้างรากฐานทางการศึกษาของตัวเรา ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นอันดับแรก ลำดับต่อไปจึงจะเป็นหน้าที่โรงเรียน ครูอาจารย์ และรัฐบาลตามลำดับ แต่เราจักต้องพึ่งตัวเราเองก่อนจนสุดความสามารถเสียก่อน อย่าได้คิดว่าปัญหา อัล-ลอฮ์ เป็นผู้กำหนดมา จริงอยู่สิ่งต่างๆ มุสลิมมีความเชื่อว่า อัล-ลอฮ์เป็นผู้กำหนดมา แต่เราลองคิดดูซิว่า ถ้าเราไม่พยายาม ไม่ต่อสู้ ไม่อดทน ไม่กล้าสู้ปัญหา ปัญหาเหล่านี้จะหมดสิ้นไปได้อย่างไร? หรือเราจะยอมให้สิ่งเหล่านั้นติดตัวเราและลูกหลานของเราตลอดไป
ท่านผู้ฟังที่เคารพ(ครับ/ค่ะ) ครอบครัวและสถานศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเยาวชน เพราะว่าเด็กจะประสบความสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับครอบครับและสถานศึกษา โลกของเราในปัจจุบันนี้เป็นโลกแห่งเทคโนโลยี เป็นโลกแห่งการสื่อสาร หากเรามัวแต่จมอยู่กับอดีตเก่าๆ เราก็จะไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ไม่ทันธุรกิจ ไม่สามารถแข่งขันกับเพื่อนต่างชาติได้ ดังนั้น เยาวชนทั้งหลาย ลองคิดดูซิว่า ถ้าเราไม่มีความรู้ด้านสามัญเข้ามาเกี่ยวข้อง ชีวิตของเราจะแข่งขันกับเพื่อนต่างสถาบันได้หรือไม่ และหากเราไม่เรียนหนังสือ ไม่มีความรู้ แล้วครอบครัวของเราจะเป็นอย่างไร พ่อแม่จะให้ใครดูแล ขอให้พวกเราระลึกเสมอว่า “ความภูมิใจของพ่อแม่ ที่เห็นลูกของตัวเองมีงานทำ เป็นคนดี นั้นคือ ปริญญาบัตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว”

 

กลับไปหน้าแรก | กลับไปหน้าหลัก | กลับขึ้นข้างบน



ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ กองกำลังสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร
ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ๙๔๑๗๐
โทร : ๐๗๓ ๓๔๐๓๖๑ | แฟกซ์ : ๐๗๓ ๓๔๐๓๗๘
e-mail : stsp_control@yahoo.com