ร่วมทำความดี ถวายในหลวงของเรา
เนื่องในวโรกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ก่อกำเนิด ประวัติศาสตร์ใหม่ที่โลกต้องจารึก หลายกรณี ซึ่งรวมถึงการที่มี พระประมุข พระราชวงศ์ ผู้แทนพระประมุขชาติต่าง ๆ เสด็จพระราชดำเนินสู่ประเทศไทย ในวโรกาสอันสำคัญนี้รวม 25 ประเทศ ณ เวลาเดียวกัน สถานที่เดียวกัน ในประเทศเดียวกัน มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์โลก ซึ่งวาระอันสำคัญยิ่งนี้ มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก... ทั้งนี้ ด้วยพระบารมีในหลวงแห่งปวงชนชาวไทย
นอกจากด้วยพระบารมีแล้ว ประวัติศาสตร์หน้าใหม่เกี่ยวกับพระราชวงศ์ของโลกหน้านี้ยังเกิดขึ้นจาก พระราชกรณียกิจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งองค์ในหลวง ในการ เจริญพระราชไมตรีระหว่างประเทศ โดยได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ มากมายหลายประเทศ ด้วยพระปรีชาญาณ การเสด็จฯ เยือนประเทศต่างๆ ได้นำมาซึ่งความแน่นแฟ้น ความร่วมมือระหว่างไทยกับนานาประเทศในหลายๆ ด้าน อีกทั้งยังทำให้ไทยเป็นที่รู้จักกว้างไกล และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ก็ยิ่งทำให้ชื่อประเทศไทยขจรไกลยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นประโยชน์ต่อคนไทยอย่างมหาศาล...และนี่เป็นอีกพระราชกรณียกิจสำคัญแห่งองค์ ในหลวง
ด้วยความยิ่งใหญ่ของพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ที่จัดขึ้น ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ประชาชนคนไทยพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองไปรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้ากว่าล้านคน เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสวมเสื้อสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันจันทร์ วันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน นอกจากนั้นยังชื่นชมพระบารมีกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ทำเพื่อปวงชนชาวไทย โดยมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทำให้พสกนิกรชาวไทยปลื้มปีติเป็นล้นพ้น และพร้อมที่จะถวายชีวิตตายแทนพระองค์ท่านได้ด้วยความเต็มใจ ภาพดังกล่าวติดตรึงใจคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งสร้างความตื่นตะลึงให้ คนทั่วโลก ที่ได้ชมภาพนี้จากสื่อต่างประเทศ ทำให้สื่อมวลชนต่างประเทศที่เข้ามานำเสนอข่าวนี้นับพันๆ คน ต่างตื่นเต้นและประทับใจกับภาพที่ตนเองไม่เคยพบเห็นมาก่อน และคิดไม่ถึงว่าประชาชนคนไทยจะรักและเทิดทูนพระมหา กษัตริย์อย่างที่เห็นผ่านตาของตัวเอง ยิ่งการมารวมตัวกันท่ามกลางอากาศที่ร้อนมาก แต่ทุกคนก็ยังอยู่ไม่ไปไหน ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้เห็นและรับรู้อย่างแท้จริงว่า คนไทยรักพระมหากษัตริย์มากแค่ไหน เป็นภาพที่หาดูได้ยาก โดยภาพต่างๆ ที่เห็นบางภาพไม่สามารถบรรยายได้เลย เพราะประทับใจในความรักที่คนไทยมีต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งเมื่อได้เห็นแบบนี้แล้วคนไทยทุกคนก็ปลื้มและภาคภูมิในความเป็นไทยเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็อย่าลืมรักษาเอกลักษณ์นี้ให้คงอยู่กับคนไทยทุกคนไปตลอดชั่วกาลนาน ที่สำคัญคือเราต้องทำหน้าที่ของคนไทยให้เต็มกำลังความสามารถ เพื่อสนองคุณแผ่นดินและสนองตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พวกเราทุกคนรักและเทิดทูนยิ่งชีวิต
และเนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จากกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติต่าง ๆ ที่มีการจัดขึ้น ก็ทำให้คนไทยจำนวนมาก ยิ่งซาบซึ้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์ในหลวง ซึ่ง คนรุ่นใหม่-วัยรุ่น ก็เป็นอีกกลุ่มที่ ตั้งปณิธาน ว่าจะประพฤติปฏิบัติตนในทางที่ดี ที่ถูกที่ควร เพื่อเป็นการน้อมถวายแด่พระองค์ท่าน เสียง ทรงพระเจริญ กึกก้องทั่วไทย-ดังไกลไปทั่วโลก...แล้วเสียง จะเป็นคนดี จะทำความดี" ก็ดังตามมา...จะเปลี่ยนนิสัยของตัวเองใหม่ จะไม่เถียงพ่อแม่ จะใช้เหตุผล ให้มากกว่าอารมณ์... ทุก ๆ วันจะพยายามทำแต่ความดี.. จะช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่มีโอกาส....จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันซึ่งกันและกัน.....จะเข้าใจคำว่าใจเขา-ใจเราให้มากขึ้น ...จะตั้งใจเรียนแบบใส่ใจสุด ๆ ไปเลย...เพื่อที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งให้ชาติเจริญก้าวหน้าต่อไป
.จะประหยัดให้มากขึ้น จะลดการเที่ยวเตร่ จะเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ และจะเป็นคนดีของสังคม
..จะใช้เงินอย่างประหยัด
.จะไม่ทิ้งการเรียนโดยเด็ดขาด
. จะไม่ทำให้พ่อ-แม่ต้อง เดือดร้อน และจะพยายามหางานทำให้เร็วที่สุด...จะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง จะใช้สติในการดำเนินชีวิตให้มากขึ้นกว่าเดิม......จะตื่นนอนให้เช้าขึ้น
.จะได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ มากมายหลายอย่างเพื่อตนเอง และสังคม เป็นเสียงกล่าวอย่างมุ่งมั่นของเยาวชนคนรุ่นใหม่
. รักในหลวง ต้อง เป็นคนดี-ทำความดี เพื่อ ถวายในหลวงตอบแทน พระมหากรุณาธิคุณล้นพ้น แห่งพระองค์ท่าน
พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยทุกเชื้อชาติและศาสนาเท่าเทียมกัน ตลอดระยะเวลา 60 ปี ในฐานะพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานตลอดเวลา ทรงเป็นยิ่งกว่าองค์พระประมุขของชาวไทยทั้งปวง พระองค์ทรงอุทิศเวลา และทุ่มเทพระวรกายอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เพื่อประโยชน์ ความผาสุก และความเป็นอยู่ที่ดีของชาวไทยทั้งปวง โดยไม่คำนึงถึงสถานะ เชื้อชาติ และศาสนา ทรงตรากตรำพระวรกายเคียงข้างและ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนไทย ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังทุกแห่งหนทั่วราชอาณาจักร ไม่ว่าใกล้หรือไกล หรือทุรกันดารเพียงใด ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เสด็จพระราชดำเนินทั่วราชอาณาจักรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย จากภูมิความรู้ที่กว้างขวางทั่วแผ่นดิน และความเข้าพระทัยอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ทำให้โครงการเพื่อการพัฒนาในพระราชดำริของพระองค์ท่าน ช่วยปรับปรุงชีวิตให้ความเป็นอยู่ของชาวไทยหลายสิบล้านคน ทั้งที่อาศัยอยู่ในเมืองและในชนบท สามารถจัดการชีวิตความเป็นอยู่ของตนได้ดีขึ้น โดยพระองค์ท่านทรงปรับ พระตำหนักในพระราชวังสวนจิตรลดา ให้เป็นบริเวณทดลองพันธุ์พืช ปศุสัตว์ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรต่างๆ โครงการในพระราชดำริมากมาย ส่งผลให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ดีขึ้น การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การจัดการปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง การชลประทาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็น แนวทางสำคัญในพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนา ซึ่งปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่ารู้สึกภาคภูมิใจสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงได้พระราชทานให้ สมกับการขนานพระนามว่า เป็น "พระมหากษัตริย์นักพัฒนา" อันเป็นที่รักยิ่งของชาวไทย
ท้ายนี้ของน้อมนำเอาพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงดำรัสถึงคุณธรรม ซึ่งเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคี ที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือ ร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และกับประเทศชาติ ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกา และ ในระเบียบแบบแผน โดยเท่าเทียมเสมอกัน ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิด ความเห็นของตน ให้ถูกต้อง เที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล หากความคิด จิตใจ และการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดี ที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลในกาย ในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่า ประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้ จึงขอให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิด จิตใจนี้ ต่อกันไปอย่าให้ขาดสาย เพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งในปัจจุบันและในภายภาคหน้า
|