บทความออกอากาศสถานีวิทยุกระจายเสียง
แนวโฆษณา : สามัคคี ร่วมใจ เป็นกำแพงที่แข็งแกร่ง
เป้าหมาย : ประชาชนทั่วไป, แกนนำ และแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
สวัสดี (ครับ / ค่ะ) ท่านผู้ฟังที่เคารพ
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งเบาะแส และข่าวสารการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแกนนำระดับหัวหน้าของผู้ก่อความไม่สงบได้เป็นจำนวนมาก จะเห็นได้จากรายงานข่าวของสื่อต่าง ๆ อาทิเช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ เสนอข่าวการจับกุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบพยายามสร้างความวุ่นวายให้กับพี่น้องประชาชน และพยายามเปลี่ยนวิธีในการก่อความไม่สงบในหลายรูปแบบ เพื่อก่อกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น การเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือหลายพื้นที่ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งลอบยิงและเผาบ้านเรือนชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ที่ไม่มีแรงจะต่อสู้ แต่ที่แย่ไปกว่านั้น ทำได้แม้กระทั่งคนชราและคนพิการ ซึ่งเป็นการกระทำที่เหี้ยมโหดผิดมนุษย์ ไร้คุณธรรม ไร้ซึ่งศาสนา
เหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มและเผาบ้านราษฎร บ.ชะเอาะ หมู่ 4 ต.มะนังยง จว.ป.น.ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากภาพเหตุการณ์ที่เห็นเป็นภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างมาก การกระทำเยี่ยงนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้กระทำเป็นกลุ่มคนไร้ศาสนา ไร้มนุษยธรรม ภาพไฟไหม้ที่โหมกระพือลุกท่วมบ้านเรือน ทำลายทรัพย์สินมากมาย หลายรายการเช่น รถกระบะ ยุ้งข้าว รถไถนาและเครื่องมือทำมาหากินต่าง ๆ นานา แต่ที่น่าอนาถใจกว่านั้นคือสภาพศพของนายเสงี่ยม แก้วประเสริฐ ผู้สูงอายุวัย 70 ปี ที่ถูกยิงตายในบ้านแล้วถูกไฟครอกตัวไหม้ดำเกรียมเห็นแล้วน่าหดหู่ใจยิ่งนัก ส่วนภรรยา นางถนอม แก้วประเสริฐ อายุ 68 ปีนั้นถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล สุดท้ายคือ นายสมพิศ พุทธรักษา อายุ 35 ปี ซึ่งพิการเป็นใบ้ หูหนวก ถูกยิงตายขณะพยายามไปช่วยดับไฟ
เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่น่าสลดใจมากสำหรับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและเพื่อนบ้านที่พบเห็น เพราะต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สูญเสียทรัพย์สินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง จากการกระทำของคนที่ทำเพียงเพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายให้พี่น้องชายไทยพุทธ-ไทยมุสลิม หวาดระแวงซึ่งกันและกันและต้องมาบาดหมางใจกันในที่สุด
พี่น้องประชาชน(ครับ/ค่ะ) พวกเราต้องร่วมมือร่วมใจกัน ถึงแม้ว่าเราจะนับถือกันคนละศาสนา แต่เราก็เคยอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบ ตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย จนถึงปัจจุบัน อย่าให้การกระทำของผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้เราต้องมาแตกแยกและหวาดระแวงต่อกันเลย เราต้องไม่เพิกเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงแม้คนที่เสียชีวิตเหล่านั้นอาจไม่ใช่ญาติมิตรของเรา แต่คนเหล่านั้นคือพี่น้องร่วมแผ่นดินไทยเดียวกัน การสอดส่องดูแล และช่วยกันแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบภายในหมู่บ้านให้กับเจ้าหน้าที่ เป็นหนทางหนึ่งที่เปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันผู้ก่อความไม่สงบไม่มากก็น้อย รวมทั้งความสามัคคีของพี่น้องประชาชนในชุมชน ถือว่าเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดถ้าทุกคนร่วมใจกัน |