งานสนับสนุนปฏิบัติทางทหาร
งานสนับสนุนกิจการพลเรือน
งานเสริมสร้างความเข้าใจ
งานปลูกฝังอุดมการณ์
แผนรณรงค์ฯ บทความ/ใบปลิว
โครงการเมตตาธรรม





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความและใบปลิว

๓๘. เทศกาลตรุษจีน

บทความออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง

แนวโฆษณา “ เทศกาลขึ้นปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีน”
เป้าหมาย ประชาชนทั่วไป,ข้าราชการทหาร,ตำรวจ และอาสาสมัคร,แนวร่วมเครือญาติกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และประชาคมโลก

สวัสดี(ครับ/ค่ะ) ท่านผู้ฟังที่เคารพ
วันตรุษจีนนั้น คือวันต้น หมายถึงวันที่ ๑ เดือน ๑ ของจีน ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นวันปีใหม่ของคนจีน ถือว่าเป็นเทศกาลใหญ่ ที่รวมเอาเทศกาลไหว้สิ้นปีเข้ากับเทศกาลวันตรุษ
เทศกาลไหว้สิ้นปีของคนจีนเป็นการไหว้ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ แล้วผนวกเข้ากับวันไหว้สิ้นปี ซึ่งจะมีการไหว้หลายอย่าง จึงนิยมเรียกวันนี้ว่า วันไหว้ และเรียกวันก่อนหน้าวันไหว้ว่า วันจ่าย เพราะเป็นวันสุดท้ายที่จะจับจ่ายซื้อของไหว้ และของใช้ต่างๆ ไว้ก่อนที่ร้านค้าจะปิดธุรกิจหลายวัน
เช้าของวันไหว้สิ้นปี จะเริ่มจากไหว้เจ้าที่ ตามศักดิ์ฐานะของผู้ถูกไหว้ พอสายหน่อยจึงไหว้บรรพบุรุษ บางบ้านจะมีการไหว้ผีไม่มีญาติ คนจีนมีคำเรียกว่า “ไป๊ฮ้อเฮียตี่” แปลว่า “ไหว้พี่น้องที่ดี” สะท้อนถึงความสุภาพและให้เกียรติของคนจีน เรียกผีไม่มีญาติว่าพี่น้องที่ดีของเรา
เทศกาลใดที่มีการไหว้ผีไม่มีญาติ เทศกาลนั้นจะต้องมีขนมเข่ง ขนมเทียน และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ การไหว้ผีไม่มีญาติจะต้องไหว้ที่นอกบ้าน บริเวณหน้าบ้านของเรา บางบ้านปูเสื่อวางของไหว้ บางบ้านใส่กระด้ง บางบ้านไหว้บนโต๊ะเตี้ยๆ เช่นเดียวกับของไหว้ที่ อาจจัดมากหรือน้อยแล้วแต่ความมีเมตตาที่จะมีต่อผีที่อดอยากและพเนจร
เทศกาลไหว้ต่างๆ ของคนจีน ล้วนแล้วแต่เพื่อความสุขของทุกคนในครอบครัว ในการได้แสดงกตัญญูกตเวทิตา ในการได้แสดงความมีน้ำใจไมตรี ความรักความหวังดีต่อกัน
ในวันตรุษจีน หรือวันชิวอิด ในหมู่คนจีนจะรู้กันดีว่า นี่คือวันถือ ถือว่าจะทำแต่สิ่งดี และไม่ทำสิ่งไม่ดี เช่น จะใส่เสื้อผ้าชุดใหม่สวยงาม ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดแต่ “หออ่วย” หรือคำดีๆ ไม่อารมณ์เสียหงุดหงิด ไม่ทำงานหนักนัก เพื่อที่ว่าตลอดปีจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก ไม่กวาดบ้าน เพราะอาจปัดสิ่งดีๆ มีมงคลออกไป แล้วกวาดความไม่ดีเข้ามา
เริ่มต้นตอนเช้าของวันตรุษ คนในบ้านจะทักทายกันด้วยคำอวยพร “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้” เวลาใหม่ให้สมใจ ปีใหม่ให้สมปรารถนา และที่เด็กๆ ถูกใจและมีความสุขมากคือ การได้เงิน อั้งเปา ซึ่งเงินอั้งเปาในวันตรุษจีนนี้ มีคำจีนโบราณเรียกว่า เงินเอี๊ยบ ซ้วยจี๊ เป็นเงินสิริมงคลที่ผู้ใหญ่ให้แก่ลูกหลาน เพื่ออวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและเจริญก้าวหน้า และอีกธรรมเนียมหนึ่งในวันตรุษจีนคือการไป “ไป๊เจีย”หรือการไปไหว้ขอพรและอวยพรผู้ใหญ่หรือญาติมิตรโดยมีส้มสีทอง ๔ ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าผู้ชาย ที่นิยมใช้ส้มสีทอง ไม่ใช้ส้มเขียวหวาน เพราะสีทองเป็นสีมงคล ทองอร่ามเรืองจะอวยพรให้รุ่งเรือง เช่นเดียวกับส้ม ที่คำจีนเรียก ไต้กิก แปลว่า โชคดี ส้มสีทองที่มอบแก่กันคือนัยอวยพรให้ “นี้นี้ไต้กิก” แปลว่า ทุกๆ ปีให้โชคดีตลอดไป
ส้มสีทอง ๔ ผล เมื่อเจ้าบ้านรับไป จะเป็นการรับไปเปลี่ยน โดยเปลี่ยนเป็นนำเอาส้ม ๒ ใบของแขกกับ ๒ ใบของที่บ้าน แล้วคืนส้ม ๔ ใบ ให้แขกนำกลับไป หมายถึง การที่ต่างฝ่ายต่างให้โชคดีแก่กัน
ดังนั้นวันตรุษจีนจึงเป็นวันที่ลูกหลานมีความสุขที่สุด ได้แต่งตัวสวย ได้อยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส บ้านสะอาด ตกแต่งสวยงาม มีดอกไม้สดชื่น มีขนมพิเศษทาน แต่ที่เหนืออื่นใดคือการได้เงินอั้งเปา
ตรุษจีนเป็นเทศกาลแห่งความสุข มีกลิ่นอายของความรัก ความอบอุ่นตลบอบอวลอย่างนี้ทุกปี ซึ่งวิถีชีวิตที่ดีงามเหล่านี้ ได้สร้างให้ลูกหลานจีนไทยส่วนใหญ่ได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ รอวันเป็นคนดีของประเทศไทย ซึ่งในประเทศไทย มีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ร่วมกับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายอื่น ๆ มาเป็นเวลายาวนาน รวมถึงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ที่มีพี่น้องไทยหลากหลายเชื้อชาติ หลายศาสนา อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นอย่างสงบสุข มีความรักสมัครสมานสามัคคีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อพี่น้องต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา มาช้านาน ตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย หรือกว่า ๗๐๐ ปีมาแล้ว ที่พี่น้องทุกเชื้อชาติทุกศาสนา ต่างก็มีขนบธรรมเนียมประเพณี มีวิธีปฏิบัติประกอบกิจในงานเทศกาลของตน ดังที่เราได้เห็นกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ประเพณีสงกรานต์ ของพี่น้องไทยทุกเชื้อชาติทุกศาสนา, เทศกาลงานบุญออกพรรษา หรือประเพณีชักพระของพี่น้องพุทธศาสนิกชน,เทศกาลรอมฎอนถือศีลอด และวันฮารีรายอ ของพี่น้องไทยมุสลิม หรือประเพณีงานเทศกาล อื่น ๆ อีกมากมาย ที่พี่น้องไทยทุกหมู่เหล่า ต่างยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาด้วยความดีงามอย่างยาวนาน
ท่านผู้ฟังที่เคารพ…ครับ/ค่ะ ตรุษจีนปีนี้ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา และทุกๆ คน “ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ” สมปรารถนา มีความสุขโชคดีตลอดไป และขอให้กลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อแผ่นดินไทย และผู้หลงผิดทุกท่าน ได้มีสติมองเห็นความจริง คิดถึงความถูกต้อง ใช้หลักศีลธรรมตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง มาร่วมกันสร้างความสงบสุข สร้างความถูกต้อง สร้างสันติสุขที่แท้จริงให้เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว
------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บทความออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง

แนวโฆษณา “ เทศกาลขึ้นปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีน”
เป้าหมาย ประชาชนทั่วไป,ข้าราชการทหาร,ตำรวจ และอาสาสมัคร,แนวร่วมเครือญาติกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และประชาคมโลก

สวัสดี(ครับ/ค่ะ) ท่านผู้ฟังที่เคารพ
นอกจากวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยและเป็นที่ยอมรับของสากล โดยมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ในทุกพื้นที่ของประเทศและทั่วโลก ดังที่เราๆท่านๆ ทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งในแต่ละชาติพันธุ์ เชื้อสายประเพณี ต่างก็มีวันขึ้นปีใหม่ตามความเชื่อถือศรัทธาดั้งเดิมของตนเอง เช่น ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของผู้คนบนแหลมอินโดจีน ซึ่งประกอบไปด้วย พม่า ลาว เขมร เวียดนาม และไทย
สำหรับพี่น้องชาวจีนก็เช่นกัน มีเทศกาลขึ้นปีใหม่ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ เทศกาลตรุษจีน ” นับตั้งแต่โบราณ ที่พี่น้องชาวจีนได้ล่องเรือสำเภาออกติดต่อค้าขายกับเมืองต่าง ๆ จนมีการอพยพย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานในทุกเมืองที่มีการติดต่อด้วย จนถึงการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศจีนหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้พี่น้องชาวจีนจำนวนมากต่างอพยพออกนอกประเทศ เพื่อหาถิ่นฐานที่อยู่ใหม่ และเพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว ทำให้ทั่วทุกภูมิภาคของโลกมีชาวจีนเข้าไปอาศัยอยู่เป็นชุมชนของชาวจีนเล็กบ้างใหญ่บ้าง และยังคงดำเนินวิถีชีวิต รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเอาไว้อย่างเหนียวแน่นจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีน หรือ เทศกาลตรุษจีน
ในเมืองไทยของเรานั้น ตามที่มีหลักฐานปรากฏในการติดต่อค้าขายระหว่างอาณาจักรสุโขทัย กับพ่อค้าชาวจีน ที่มีการติดต่อแลกเปลี่ยนค้าขายกันนานกว่า 700 ปี มาแล้ว และแน่นอนว่าจะต้องมีพี่น้องชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่บนแผ่นดินไทยตั้งแต่สมัยนั้นด้วย
“ปัตตานี” นับเป็นเมืองท่าเก่าแก่อีกเมืองหนึ่งในภูมิภาคนี้ ที่มีการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับเมืองต่างๆ ที่แล่นเรือผ่านมาในย่านนี้ และมีหลักฐานและตำนานที่เกี่ยวข้องกับชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในปัตตานี ที่คนทั่วไปรู้จักกันก็คือ ลิ้มกอเหนี่ยว ที่มาตามหาพี่ชายชื่อ ลิ้มโต๊ะเคี่ยม ที่เข้ามาอยู่ที่เมืองปัตตานี เมื่อประมาณปี พ.ศ.2119 ในสมัยสุลต่านบาฮาดูร์ ชาห์ โดยได้นำเรือสำเภามาจอดเทียบท่า ที่ท่าเทียบเรือตันหยงลูโล๊ะ ลิ้มกอเหนี่ยวเดินทางมาเพื่อขอให้พี่ชายกลับเมืองจีนเพื่อไปดูแลแม่ผู้แก่ชรา แต่พี่ชายไม่ยอมกลับไป นางเสียใจมากที่ไม่สามารถชวนพี่กลับไปบ้านได้ จึงผูกคอตายใต้ต้นมะม่วง หิมพานต์ ริมชายหาดตันหยงลูโล๊ะ และต่อมาชาวบ้านได้กระทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณให้ไปอยู่ในศาลเจ้า ข้าง ๆ มัสยิดกรือเซะ หรือที่เรารู้จักกันทั่วไปว่า ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ในปัจจุบัน
ท่านผู้ฟังที่เคารพ…ครับ/ค่ะ ในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยนั้น มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ หลายศาสนา เข้ามาอยู่อาศัยใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสังคมที่สงบสุขมาช้านาน และผู้คนแต่ละเชื้อชาติก็ล้วนแล้วแต่มีขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของตน ที่ต่างยึดถือประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลถือศีลอดในเดือนรอมฎอน และเทศกาลวันฮารีรายอ ของพี่น้องไทยมุสลิม ประเพณีชักพระในวันออกพรรษา ของพี่น้องไทยพุทธ และเทศกาลตรุษจีนของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งงานเทศกาลดังกล่าวถือว่าเป็นงานบุญงานกุศล เป็นการสร้างคุณงามความดี โดยไม่ปิดกั้นกันระหว่างเชื้อชาติศาสนา ทุกคนทุกเชื้อชาติสามารถเข้าร่วมงาน ร่วมกิจกรรมแห่งความดีเหล่านี้ได้อย่างอบอุ่น
ท่านผู้ฟังที่เคารพ…ครับ/ค่ะ นับแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เกิดความหวาดระแวง ความไว้เนื้อเชื่อไว้วางใจซึ่งกันและกัน ที่เคยมีมาแต่ในอดีตค่อย ๆ ลดน้อยถอยลง พี่น้องไทยพุทธหวาดระแวงพี่น้องไทยมุสลิม พี่น้องไทยมุสลิมเองก็ไม่สบายใจ เกิดความรู้สึกอึดอัดผสมความหวาดระแวง พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเองก็อกสั่นขวัญแขวนไม่แน่ใจในความปลอดภัย ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่ต้องการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคม ในบ้านเมืองของเรา ต้องการให้พี่น้องคนไทยทุกเชื้อชาติทุกศาสนาหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เพื่อที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะได้นำเอาสถานการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ไปเรียกร้องเพื่อขอรับผลประโยชน์จากกลุ่มขบวนการ ที่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในประเทศไทยของเรา และภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นี้
ท่านผู้ฟังที่เคารพ…ครับ/ค่ะ แม้เราจะรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ก็ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกคนอย่าได้ประมาท อย่าได้ไว้วางใจคนแปลกหน้าที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านหรือชุมชนของท่าน อย่าได้หลงเชื่อข่าวลือที่จะสร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นระหว่างพี่น้องต่างเชื้อชาติต่างศาสนา และขอให้พี่น้องชาวไทยทุกท่านได้ช่วยกันแจ้งข้อมูลเบาะแสของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่อยู่ใกล้บ้านท่านได้รับรู้ เพื่อจะได้ช่วยกันป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนนี้ ขอให้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน พี่น้องไทยพุทธ พี่น้องไทยมุสลิม ทุกหมู่เหล่า มีแต่ความสุข มอบความรักความอบอุ่นให้แก่กันและกัน และมีความเจริญรุ่งเรืองทั่วหน้ากันทุกคน

กลับไปหน้าแรก | กลับไปหน้าหลัก | กลับขึ้นข้างบน



ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ กองกำลังสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร
ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ๙๔๑๗๐
โทร : ๐๗๓ ๓๔๐๓๖๑ | แฟกซ์ : ๐๗๓ ๓๔๐๓๗๘
e-mail : stsp_control@yahoo.com