งานสนับสนุนปฏิบัติทางทหาร
งานสนับสนุนกิจการพลเรือน
งานเสริมสร้างความเข้าใจ
งานปลูกฝังอุดมการณ์
แผนรณรงค์ฯ บทความ/ใบปลิว
โครงการเมตตาธรรม





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความและใบปลิว

๓๖. วันกองทัพไทย ประวัติ- ศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจ

บทความออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง

เป้าหมาย : ประชาชนทั่วไป, จนท.รัฐ,ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำศาสนา, สื่อมวลชนทุกแขนง
แนวโฆษณา : “ วันกองทัพไทย ประวัติศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจ ”

ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ /ค่ะ)
ประวัตศาสตร์ชาติไทยสมัยก่อน ภาพทุกตอนสะท้อนใจมิได้หวั่น
ครั้งศัตรูจู่โจมเข้าโรมรัน กลุ่มชนบรรพบุรุษสู้สุดใจ
ไม่สยบยอมแพ้แก่อมิตร พลีชีวิตเลือดเนื้อศึกเหนือใต้
ดาบประดาบดาบโถมล้มตายไป เลือดคนไทยไหลรินเพื่อถิ่นเรา***
วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี เป็นวัน “กองทัพไทย” ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของไทยเรา ในวันนี้ทหารทุกเหล่าทัพทั่วราชอาณาจักร จะได้ร่วมกันประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล หรือที่เรียกกันว่า “พิธีสาบานธง” และในโอกาสเดียวกันนี้ก็มีการสวนสนามเพื่อแสดงถึงความพร้อมเพรียง และแสนยานุภาพของกองทัพให้ประชาชนชม วันกองทัพไทยมีประวัติความเป็นมาและสำคัญต่อประเทศชาติ ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุก ๆ ท่านอย่างลึกซึ้ง
ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ /ค่ะ) ประวัติศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทย ยังฝังแน่นตราตรึงอยู่ในความทรงจำของชาวไทยทุกผู้ทุกนามกว่า ๔๐๐ ปีมาแล้ว ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดี ที่ตำบลหนองสาหร่าย แขวงเมืองสุพรรณบุรี เมื่อวันจันทร์แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๑๓๕ วันนี้นับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของทหารและปวงชนชาวไทยทุกคน ที่องค์พระมหาวีรกษัตริย์ไทย ได้ทรงแผ่พระบารมีให้เป็นที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทย ดังนั้น กองทัพไทยจึงยึดถือเอาวันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี เป็นวัน” กองทัพไทย ” ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยได้เริ่มและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมา
“ วันกองทัพไทย “ ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ได้จารึกเอาไว้ให้ลูกหลานได้จดจำ ทั้งเตือนสติให้นึกถึงความเป็นไทยไปชั่วกาลนาน โดยเฉพาะทหารใหม่ทุกนาย ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีแล้ว ถ้าจะให้สมบูรณ์แล้วจะต้องกระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล หรือที่เรียกกันว่า กระทำพิธีสวนสนามสาบานธง ซึ่งถือว่าเป็นพิธีที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีเกียรติอย่างสูงสุดของทหาร ขอให้ทหารทุกนายระลึกอยู่เสมอว่า ที่พวกเราทุกคนมายืนอยู่ได้ ณ ผืนแผ่นดินแห่งนี้ ก็เพราะบรรพบุรุษของไทยเราได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต สร้างวีรกรรมอันห้าวหาญต่อสู้อริราชศัตรู โดยไม่หวาดหวั่น เพื่อกอบกู้ และพิทักษ์รักษาผืนแผ่นดินมาตุภูมิแห่งนี้ ให้ดำรงไว้เป็นมรดกตกทอดไปยังลูกหลานทุกคน
และในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๕ มกราคม “กองทัพไทย” ทหารทุกกรมกอง ทั้งทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ที่ประจำอยู่แต่ละพื้นที่ก็มีการกระทำ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จึงขอเชิญชวนท่านผู้ฟังทุกท่าน ได้ไปร่วมพิธี และชมการเดินสวนสนามของทหารหาญลูกหลานของท่าน ซึ่งจัดขึ้น ณ พื้นที่มณฑลทหารบก หรือ จังหวัดทหารบก ที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านของท่าน หรือหากไม่สะดวกที่จะเดินทางไปชมด้วยตัวท่านเอง บ่ายของวันที่ ๒๕ มกราคม เปิดโทรทัศน์ชมที่บ้านได้เช่นกันครับ…


บทความออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง

เป้าหมาย : ประชาชนทั่วไป, จนท.รัฐ,ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำศาสนา, สื่อมวลชนทุกแขนง
แนวโฆษณา : “ 25 มกราคม วันกองทัพไทย ”

ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ /ค่ะ)
การรักษาอธิปไตยของชาติมิใช่เป็นหน้าที่ของทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนในชาติที่จะต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จักต้องมีความพร้อมไว้เสมอ เมื่อเกิดสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ดังคำกล่าวที่ว่า “ทหารกับประชาชนใช่คนอื่น เราควรยื่นความรักสมัครสมาน อย่าแบ่งเขาแบ่งเราไม่เข้าการ ควรสมานไมตรีดีต่อกัน”
หน้าที่สำคัญของทหาร หากดูกันอย่างผิวเผิน นั่นก็คือการรบ หรือการทำสงครามต่อสู้กับผู้ไม่หวังดีต่อชาติ แต่หน้าที่ในการรบนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ในการป้องกันรักษาเอกราชอธิปไตย และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ซึ่งนอกจากจะต้องมีกำลังรบที่เข้มแข็งแล้ว ยังต้องพัฒนาบ้านเมืองให้เกิดความเจริญมั่นคงใน ทุก ๆ ด้านด้วย ดังนั้นภาระสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทหารต้องทำควบคู่กันไปกับการรบ นั่นก็คือ การพัฒนา ซึ่งหมายถึง การพัฒนาทางด้านกิจการทหารโดยตรง และด้านอื่น ๆ ทั้งหมด เท่าที่ทหารจะสามารถช่วยเหลือได้
ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ /ค่ะ)ในอดีตที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าคนไทยนั้นมีสายเลือดของความรักชาติอันเข้มข้นไม่ยอม ให้ใครเข้ามาย่ำยีเอกราชเหนือแผ่นดินเป็นอันขาด จะสู้จนสุดชีวิตเพื่อพิทักษ์รักษาบ้านเมืองให้คงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งการเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อนั้นนับว่าเป็นเกียรติอันสูงส่ง ที่ควรค่าแก่การได้รับการยกย่องสรรเสริญ และสร้างความภูมิใจให้กับวงศ์ตระกูลไม่มีวันสิ้นสุด ปัจจุบันท่านผู้ฟัง หลาย ๆ ท่าน คงจะได้รับทราบ และพบเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของพี่น้องทหารหาญที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่พื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พวกเขาเหล่านั้นได้รับความลำบากยากเข็ญเพียงใด ต้องกรำแดดกรำฝนทั้งกลางวันกลางคืน รวมทั้งต้องเตรียมความพร้อมไว้เสมอโดยไม่ประมาท เพื่อคอยระมัดระวังภัยอันตรายต่าง ๆ จากผู้ก่อความไม่สงบที่ประสงค์ร้ายต่อพี่น้องประชาชน และผืนแผ่นดินไทย ยอมเสียสละความสุขส่วนตัว ทนทุกข์ทรมานอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร ต้องผจญกับภัยอันตรายต่าง ๆ นานา เพียงเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยมิให้ใครมารุกราน และเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนได้อยู่อย่างสงบสุขร่มเย็น คงความเป็นเอกราชอยู่ในแผ่นดินทองนี้ตลอดไป
ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ /ค่ะ) วันที่ 25 มกราคม ของทุกปี นับว่าเป็นวันสำคัญของไทยอีกวันหนึ่ง ซึ่ง มีรัฐพิธีถวายบังคมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเป็นวันที่ระลึกประจำปีของทหาร โดยถือว่าเป็นวันที่มีเกียรติประวัติสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติ คือ เพื่อรำลึกถึงพระบรมเดชานุภาพ ในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญ ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราช จนได้รับชัยชนะ ซึ่งในวันกองทัพไทยนี้ ทหารทุกเหล่าทัพได้ร่วมกันทำบุญ เพื่ออุทิศส่วนกุศลน้อมรำลึกถึงดวงวิญญาณของวีรชนผู้กล้าที่พลีชีพเพื่อชาติในอดีต พร้อมกันนั้นก็ได้ประกอบพิธีให้ทหารกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล หรือที่เราเรียกว่าพิธี "สาบานธง" นั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงว่าทหารทุกคนจะต้องปฏิบัติตนดั่งคำปฏิญาณต่อไปนี้
1. จักยอมตายเพื่ออิสรภาพ และความสงบแห่งประเทศชาติ
2. จักอยู่ในศีลธรรมของศาสนา
3. จักเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า
4. จักรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
5. จักเชื่อถือผู้บังคับบัญชา และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งจักปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม
6. จักไม่แพร่งพรายความลับของทางราชการเป็นอันขาด
พิธีสาบานธงนั้น ถือว่าเป็นพิธีที่มีเกียรติอย่างสูงสุดของทหาร และทหารทุกคนต้องระลึก อยู่เสมอว่า ที่เราอยู่รอดปลอดภัยได้ ณ ผืนแผ่นดินนี้ ก็เพราะบรรพบุรุษของเราได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต สร้างวีรกรรมความกล้าหาญ ต่อสู้กับอริราชศัตรูโดยไม่หวาดหวั่นแต่ประการใด เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ ให้ดำรงคงไว้เป็นมรดกตกทอดไปยังลูกหลานไทยสืบไป
ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ /ค่ะ) คำกล่าวที่ว่า ประเทศเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว เป็นคำกล่าวที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะถ้าหากว่าบ้านเรือนนั้น ขาดรั้ว หรือรั้วไม่แข็งแรง ก็ยากต่อการป้องกันภัยอันตราย อันอาจจะเกิดขึ้นจากโจรผู้ร้ายที่จะบุกรุกเข้ามาทำอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินในบ้านของเราได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าเรามีรั้วที่แข็งแรงมั่นคง คนที่อาศัยอยู่ในบ้านก็ย่อมนอนตาหลับ เช่นเดียวกันประเทศชาติก็เปรียบเสมือนบ้านของพี่น้องชาวไทยทุกคน ซึ่งย่อมต้องการความมั่นคงความปลอดภัย ดังนั้นในทุกวันที่ 25 มกราคม ของทุกปี จึงได้จัดให้มีพิธีถวายบังคมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลน้อมรำลึกถึงดวงวิญญาณของวีรชนผู้กล้าที่พลีชีพเพื่อชาติ รวมทั้งพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล และการสวนสนามของทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ เพื่อแสดงให้พี่น้องประชาชนได้ให้เห็นว่า กองทัพไทย ทหารไทยทุกนาย มีความพร้อม และความสามัคคีอยู่ตลอดเวลา พร้อมที่จะปกป้องผืนแผ่นดินไทยและรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติไว้ให้ลูกหลานไทย ได้มีแผ่นดินที่อยู่อาศัย ดำเนินชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินและได้รับความสงบสุข ความร่มเย็นในแผ่นดินไทยนี้สืบต่อไปชั่วกาลนาน

บรรพบุรุษ ของไทย แต่โบราณ
ปกบ้าน ป้องเมือง คุ้มเหย้า
เสียเลือด เสียเนื้อ มิใช่เบา
หน้าที่เรา รักษา สืบไป

 

กลับไปหน้าแรก | กลับไปหน้าหลัก | กลับขึ้นข้างบน



ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ กองกำลังสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร
ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ๙๔๑๗๐
โทร : ๐๗๓ ๓๔๐๓๖๑ | แฟกซ์ : ๐๗๓ ๓๔๐๓๗๘
e-mail : stsp_control@yahoo.com