บทความออกอากาศสถานีวิทยุกระจายเสียง
เป้าหมาย : ประชาชนทั่วไป / กลุ่มผู้หลงผิด และกำลังพลในหน่วยงานราชการ
แนวโฆษณา : ร่วมแก้ไฟใต้
สวัสดี (ครับ/ค่ะ) ท่านผู้ฟังที่เคารพ
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งผลให้เกิดความรุนแรงขึ้น ในพื้นที่จังหวัด ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาสและบางส่วนของจังหวัดสงขลา วิถีชีวิตที่เคยสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ต้องถูกสั่นคลอนทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องตกอยู่ในความหวาดกลัวต่อการคุกคามของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทั้งทางชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการยุยง ปลุกปั้นสร้างข่าวลือต่างๆเพื่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนและหน่วยงานราชการ จากปัญหา ดังกล่าวทางรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะแก้ไขปัญหาความไม่สงบด้วยวิธีสันติและนำความสงบสุขกลับคืนสู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว
ท่านผู้ฟังคงจะได้รับทราบนโยบายและมาตรการต่างๆที่ทางรัฐบาลนำมาใช้ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งผลของการปฏิบัติก็สามารถทำให้พี่น้องแนวร่วมผู้หลงผิดจำนวนมากรู้ถึงข้อเท็จจริง รวมถึงความหวังดีของทางรัฐบาลและยอมมอบตัวเพื่อร่วมพัฒนาชาติไทย หากแต่นโยบายสร้างความสงบ ดังกล่าวถูกขัดขวางจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เสียผลประโยชน์ทำให้ทวีความรุนแรงในการโจมตีกำลังพลของหน่วยราชการ และประชาชนผู้บริสุทธิ์มากขึ้น โดยต้องการสร้างความหวาดกลัวและความระแวงต่อเจ้าหน้าที่รัฐให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน จนไม่กล้าที่จะออกมาให้ข่าวสารหรือความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ จากตัวอย่างที่ท่านได้พบเห็นจากกรณีของชาวบ้านตันหยงลิมอ ที่ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปลุกปั่นและยุยงด้วยข้อความที่ไม่เป็นความจริง ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่รัฐจนนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่าสลดใจ จากเหตุการณ์ดังกล่าวท่านผู้ฟังก็คงจะได้รู้ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่มีความจริงใจต่อประชาชน ที่ถูกหลอกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเองและสามารถทำได้ทุกวิถีทางที่จะสร้างสถานการณ์ความไม่สงบให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ยกตัวอย่าง เช่น การที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้อาวุธปืนยิงประชาชนในร้านน้ำชาก่อนที่จะใส่ร้าย ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมกับยุยงให้ประชาชนต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ จนท้ายที่สุดก็จะหลบหนีไปเมื่อเกิดความรุนแรงตามที่ต้องการแล้วโดยไม่มาสนใจว่าผมจะเป็นเช่นไร ซึ่งท่านผู้ฟังก็คงจะได้เห็นตามสื่อต่าง ๆ แล้วนะ (ครับ/ค่ะ) ว่าทางเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหาร , ตำรวจและส่วนปกครองพยายามใช้สันติในการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน นอกจากนี้ในความเป็นจริงเจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัย ให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ตามนโยบายของรัฐบาลตามที่ต้องการใช้วิถีทางสันติในการแก้ปัญหามาตลอด
จนเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคมที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางลงพื้นที่ ๓ จังหัดชายแดนภาคใต้ เพื่อมาตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยวิถีทางสันติพร้อมกับได้เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยือนถึงบ้านของแกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพร้อมกับเจรจาให้แกนนำ หรือแนวร่วมของกลุ่มออกมามอบตัวและร่วมกันพัฒนาชาติไทย การเดินทางมาของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากจะมาเพื่อรับฟังปัญหาข้อเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่แล้วยังเป็นการยืนยันกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและแนวร่วมที่หลงผิดให้กลับมาช่วยกันพัฒนาชาติ ในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ลงมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีกำลังใจที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์พร้อมกับนำความสงบสุขกลับคืนสู่พี่น้องประชาชน
ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ/ค่ะ) ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช้ปัญหาที่ใครคนหนึ่งจะแก้ได้ แต่เป็นปัญหาที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันแก้ไขเพื่อให้เกิดความเข้าใจและสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมไทย พร้อมกับเป็นการป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากการแตกความสามัคคีของคนไทย ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาด้วยความสันติของเจ้าหน้าที่รัฐและเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะให้ความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนผู้หลงผิดที่กลับตัวมาร่วมกันพัฒนาชาติไทย ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เคยมีความเป็นอยู่ที่สงบสุขมาช้านาน อย่าให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมาทำลายสันติสุขของบ้านเรา โปรดร่วมกันแสดงพลังของประชาชนที่รักสงบด้วยการไม่ให้การสนับสนุนและให้ข้อมูลข่าวสารของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อทำให้บ้านเรากลับมาเป็นเหมือนเช่นเดิม
|