| บทความออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง
เป้าหมาย : ประชาชนทั่วไป, กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
แนวโฆษณา : คำรับสารภาพจากเยาวชนผู้หลงผิด
สวัสดี(ครับ/ค่ะ) ท่านผู้ฟังที่เคารพ
เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสร้างความหวาดกลัวให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก รัฐบาลตระหนักถึงสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งมีความห่วงใยในความเป็นอยู่พ่อแม่พี่น้องประชาชน จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
พ่อแม่พี่น้องที่เคารพ(ครับ/ค่ะ) จะเห็นได้ว่าตลอดเวลาเจ้าหน้าที่รัฐได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่ดินแดน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพยายามปรับเปลี่ยนนโยบาย และมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งต้องขอขอบคุณในความความเสียสละของพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ในการร่วมแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งการกระทำเหล่านั้นมิได้สูญเปล่า ขณะนี้กลุ่มผู้ร่วมขบวนการที่หลงผิดได้ทยอยเข้ามาแสดงตนกับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และนี่คือคำรับสารภาพส่วนหนึ่งของกลุ่มเยาวชนผู้หลงผิด ที่อยากจะขอโทษพี่น้องประชาชนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำลงไป และอยากจะบอกฝากไปยังเพื่อนๆ ร่วมขบวนการที่ยังไม่ได้เข้ามาแสดงตน เพื่อให้เป็นข้อคิดว่า ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่เปิดโอกาสให้ผมได้พูด เพราะผมไม่เคยได้พูด ได้คิด แสดงความคิดเห็นส่วนตน เพราะถูกโน้มน้าวชักจูงให้เห็นว่า จนท.รัฐนั้น มีความโหดร้าย ทารุณ ด้วยการพาไปสัมผัสการทำงานของ จนท.ตร. จนท.ที่โรงพยาบาล และ จนท. อำเภอ ว่าไม่ให้เกียรติต่อพ่อแม่พี่น้อง ผู้เฒ่าผู้แก่ เพราะ จนท.บางคนขู่ตวาด พูดจาไม่สุภาพ ทั้งๆ ที่ ปชช.เป็นผู้เสียภาษี แล้วถามผมว่าจริงหรือไม่ โดยที่ผมไม่รู้ว่า จนท.ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ไม่เคยสัมผัสกับ จนท.ว่า จนท.เป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าสิ่งไหนถูกต้อง หรือผิด รับคำสั่งเพียงอย่างเดียว โดยขบวนการจะใช้ระยะเวลาหลายปีในการโน้มน้าวชักจูง และผ่านขั้นตอนกรรมวิธีในการทดสอบต่างๆ ตลอดจนปลูกฝังให้ เกลียดชังจนท.รัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จนท.ตร. สำหรับในการปฏิบัติการนั้น ผมคิดเพียงอย่างเดียวว่า ตัวต่อตัว เป็นตายไม่ว่า ขอแลก จนท.ไปเป็นเพื่อนให้ได้เพียงคนเดียวก็พอแล้ว จนกระทั่งถูกจับกุม ผมจึงได้พบแสงสว่าง ได้รู้ได้เห็นว่า เหรียญนั้นมีสองด้าน แต่ผมได้ดูแค่ด้านเดียว ผมอยากจะชักชวนทุกคนที่หลงผิด ให้คิดว่าสิ่งไหนถูก หรือผิด ผมไม่อยากบังคับจิตใจใคร ถ้าบังคับแล้วอยู่ได้ไม่นาน ชีวิตยังมีอีกเยอะที่เราต้องเผชิญ อุดมการณ์คืออำนาจมืดที่บังคับ ไม่มีสิทธิที่จะได้ตอบ หรือแม้กระทั่งคำพูด ขบวนการทำให้เราไม่ได้คิด อยู่ในห้องมืด สั่งให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ ฝากถึงคนที่หลงผิด อยากให้พิจารณาว่าที่ตนเองทำผิด หรือถูก ก็ตัดสินใจด้วยตนเอง ผมไม่อยากบังคับใครให้เชื่อผม อะไรคือความจริง อะไรที่ทำให้เราอยู่ได้ แต่ผลที่ได้รับพ่อแม่เสียใจมาก แม้แต่คนใกล้ชิด เพื่อนสนิทก็ไม่มีสิทธิที่จะรู้ว่าผมทำอะไร ที่ไหน อย่างไร พ่อแม่ไม่เคยรับรู้เลยว่าเราอยู่อย่างไร มีสุข หรือทุกข์อย่างไร พวกเราเก็บกดอยู่ตลอดเวลา องค์กรนี้ไม่สนใจความเป็นอยู่ของคนในองค์กรเลย ต้องการผลประโยชน์อย่างเดียว อยู่ที่ตัวเราจะคิดอย่างไร จะเลือกความเป็นอยู่อย่างไร แล้วผมเองคิดผิดที่หลงไปอยู่จุดนี้ สิ่งที่ถูกต้องหาเจอแล้วหรือยัง อยู่ที่ตัวเรา ไม่มีใครอยากให้คนมาบังคับ ผมเคยอยู่ตรงนี้ จุดนี้ผมรู้ดี แล้วทำไมผมจึงหันกลับมาหาสิ่งที่ถูกต้อง ผมขอขอบคุณ จนท.ที่เปิดโอกาสให้ผมได้กลับตัวกลับใจ ทั้งๆที่พวกผมกระทำความผิดอย่างมหันต์
พ่อแม่พี่น้องที่เคารพ(ครับ/ค่ะ) ทั้งหมดนี้คือคำรับสารภาพของเยาวชนผู้หลงผิดบางส่วน ที่อยากจะถ่ายทอด และให้แง่คิดต่อเพื่อนร่วมขบวนการที่ยังหลงเหลืออยู่เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ ดังนั้นเยาวชนที่หลงผิด เข้าร่วมขบวนการ ยังไม่สายเกินไปที่จะแยกตัวออกมา หันกลับมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ รัฐบาลพร้อมที่จะให้โอกาสและความช่วยเหลือ ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน มีความหนักแน่น ไตร่ตรอง คิดอย่างรอบคอบ อย่าได้หลงเชื่อในคำยุงยงต่างๆ เพราะกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้พี่น้องประชาชน กับเจ้าหน้าที่รัฐแตกความสามัคคีกัน เพื่อให้ง่ายต่อการขยายมวลชน ดังนั้นเราจึงควรหันมาเรียนรู้ เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน คือทางออกที่ดีที่สุด เริ่มลงมือเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เสียตั้งแต่วันนี้ ความสงบสันติสุขจะได้กลับมาสู่ผืนแผ่นดินถิ่นใต้ของเรา |