งานสนับสนุนปฏิบัติทางทหาร
งานสนับสนุนกิจการพลเรือน
งานเสริมสร้างความเข้าใจ
งานปลูกฝังอุดมการณ์
แผนรณรงค์ฯ บทความ/ใบปลิว
โครงการเมตตาธรรม





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แผนรณรงค์ที่ ๑๗๐ - วันพ่อแห่งชาติ

บทความ           ๘๐ พรรษา มหาราชา ปวงประชาทำดีถวายในหลวง

          สวัสดี(ครับ/ ค่ะ) ท่านผู้ฟังที่เคารพเนื่องในวโรกาสมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงมี พระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม นี้ และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อ องค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ร่วมกันชื่นชมพระบารมีกับพระราชกรณียกิจของ พระองค์ท่านที่ทำเพื่อปวงชนชาวไทย โดยมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทำให้พสกนิกรชาวไทยปลื้มปีติเป็นล้นพ้น และพร้อมที่จะถวายชีวิตแทนพระองค์ท่านได้โดยไม่เสียดายชีวิต             

          ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ/ค่ะ) กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติต่างๆ ที่ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมกันจัดขึ้นทำให้ คนไทยทั้งประเทศ         ยิ่งทำให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่ เหล่าซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่ง องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่ง “พี่น้องชาวไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ก็เป็นอีก กลุ่มหนึ่งที่สมควรจะประพฤติปฏิบัติตนในทางที่ดี ที่ถูกที่ควร เพื่อเป็นการน้อมถวายแด่พระองค์ท่าน พระองค์ทรง ห่วงใย  ผสกนิกรไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ของพระองค์ทุกคนโดยเท่าเทียมกัน ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี ในฐานะ พระมหากษัตริย์ พระองค์ทรงเป็นยิ่งกว่าองค์พระประมุข ของปวงชนชาวไทยทั้งปวง พระองค์ทรงอุทิศเวลา และ ทุ่มเทพระวรกายอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เพื่อประโยชน์ ความผาสุก และความเป็นอยู่ที่ดีของชาวไทยทั้งปวง โดยไม่ คำนึงถึงสถานะ เชื้อชาติ และศาสนา ทรงตรากตรำพระวรกายเคียงข้าง และร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนชาวไทย   โดยเสด็จพระราชดำเนินไปยังทุกหนทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร ไม่ว่าใกล้หรือไกล หนทางจะทุรกันดารเพียงใดทรง เป็นพระมหากษัตริย์ที่เสด็จพระราชดำเนินทั่วราชอาณาจักรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย          จากภูมิความ
รู้ที่กว้างขวางของพระองค์ท่าน และความเข้าพระทัยอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ทำให้โครงการเพื่อการพัฒนา ในพระราชดำริฯ   ช่วยพัฒนาปรับปรุงชีวิตให้ความเป็นอยู่ของชาวไทย หลายสิบล้านคน ทั้งที่อาศัยอยู่ในเมืองและ ในพื้นที่ชนบท  สามารถบริหารจัดการชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองได้ดีขึ้น   โดยพระองค์ท่านทรงปรับพระตำหนัก ในพระราชวังสวนจิตรลดา ให้เป็นบริเวณทดลองพันธุ์พืช ปศุสัตว์ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรต่าง ๆ รวมทั้งโครง การในพระราชดำริมากมาย ส่งผลให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ดีขึ้น การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การจัดการปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง การชลประทาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้    เป็นแนว ทางสำคัญในพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนา ซึ่งปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่ารู้สึกภาคภูมิใจ  ที่พระองค์ท่านทรงได้ รับการขนานพระนามว่า เป็น "พระมหากษัตริย์นักพัฒนา" อันเป็นที่รักยิ่งของชาวไทย
 

          ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ/ค่ะ)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นห่วงบ้านเมือง ห่วงใยพี่น้องประชาชน ชาวไทยที่กำลังเผชิญกับ ปัญหาการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีผลกระทบต่อ ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นการทำลายวิถีชีวิตที่ดีงามในอดีต ของพี่น้องชาวไทย ทั้งที่นับถือ ศาสนาอิสลามและพุทธ ซึ่งเคยอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมาในอดีต ทำลายระบบเศรษฐกิจ หยุดการพัฒนาและ ความเจริญของภาคใต้ของเรา พระองค์ท่านทรงห่วงใยพี่น้องชาวไทยที่อาศัยในพื้นที่ภาคใต้ เสมอเหมือนกับภาค
อื่นๆ คุณผู้ฟังที่เคารพ (ครับ/ค่ะ) นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ก็ทรงมีความห่วงใย พสกนิกร ชาวไทยทุกคนเช่นกัน พระองค์ทรงมีกระแสพระราชดำรัส ตอนหนึ่งว่า...

          “แผ่นดินไทยเป็นที่อยู่อาศัยของคนไทย
ซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายเชื้อชาติ หลายภาษา และ ศาสนา อยู่ร่วมกันมาด้วยสันติสุขเป็นเวลาช้านาน     ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกนับถือศาสนาใดก็ได้ ตาม
ความเชื่อศรัทธาของตน
คนไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารี มิได้มีความรังเกียจเดียดฉันท์บุคคลต่างศาสนา ดังจะเห็นได้จากการที่ประเทศไทยเรามีวัด มัสยิดและโบสถ์คริสต์ กระจายอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง บางแห่ง วัดและมัสยิดอยู่ใกล้กัน แต่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางระหว่างชนต่างศาสนา จึงเป็นที่กล่าวขวัญยกย่อง ของคนต่างชาติว่า เมืองไทยเป็นเมืองแห่งสันติสุข”

            พระองค์ท่านทรงเตือนให้กลุ่มพลังประชาชนทุกกลุ่มตระหนักถึงคำปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อชาติ
ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทุกคนต้องทดแทนพระคุณของแผ่นดิน อย่าอยู่นิ่งเฉยต่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นทุกวันต้อง ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยเหลือทางราชการ ช่วยกันป้องกันเหตุร้าย ทรงหวังว่าประเทศไทยของเรา จะกลับ มาสู่สภาวะปกติ เป็นดินแดนแห่งความสงบสุข ร่มเย็น และเป็นสยามเมืองยิ้ม ที่ประชาชนทุกคนเปี่ยมไปด้วยความ เป็นมิตร เป็นที่เชื่อมั่นของชาวต่างประเทศ   มีความปลอดภัย และเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของโลก

            ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ/ค่ะ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ทรงแสดงให้เห็นประจักษ์ชัดแล้วว่า ทั้งสองพระองค์ทรงมีความรักและความเมตตาให้แก่ข้าแผ่นดินที่เป็น “ลูก ๆ” ของพระองค์อย่างเท่าเทียมกัน ทุกผู้ทุกหมู่เหล่า พวกเราสมควรจะปฏิบัติตนทำแต่ความดี เพื่อตอบแทนบ้านเมือง เพื่อเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ “พ่อ และแม่ของแผ่นดิน” ทรงมีให้แก่เรา อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ควร จะกระทำการใดๆ ให้เป็นที่หนักพระราชหฤทัย กระทบกระเทือน หรือระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

                  ถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราทุกคนจะต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ประเทศชาติบ้านเมืองของเราให้กลับมาสงบสุข โดยเร็ว จงอย่าเพิกเฉยกับการกระทำของพวกก่อการร้ายที่ไม่หวังดี และมุ่งทำลายประเทศชาติอีกเลยจงอย่าปล่อย ให้เป็นงานหรือเป็นหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพียงฝ่ายเดียว อย่าลืมว่าพวกเราก็คือประชาชนชาวไทย เกิดบนผืน แผ่นดินไทยด้วยกันทั้งสิ้น หน้าที่ของพวกเราคนไทย ก็คือ ร่วมใจกันแสดงพลังปกป้องบ้านเมือง ปกป้องเพื่อนร่วม ชาติไทยเดียวกันของเรามิให้สูญเสียชีวิต บาดเจ็บ และทำมาหากินไม่ได้        พวกเราทุกคนต้องช่วยกันปกป้อง ทรัพย์สิน ของทางราชการที่มาจากภาษีอากรของพวกเราเอง และร่วมกันนำความสงบสุขกลับคืนสู่ 3จังหวัดชาย
แดนภาคใต้และประเทศชาติ เพื่อให้พ่อแม่ พี่น้อง ได้ประกอบอาชีพและมีชีวิตอยู่ได้บนผืนแผ่นดินไทยอย่าง
ปลอดภัย เสียที ความดีที่เราทุกคนจะร่วมกันทำขึ้นนี้ก็เพื่อถวาย แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องใน วโรกาสมหามงคลที่พระองค์จะทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้า  ด้วย กระหม่อม ขอเดชะ

********************** 

                

                                     


กลับไปหน้าแรก | กลับไปหน้าหลัก | กลับขึ้นข้างบน



ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ กองกำลังสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร
ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ๙๔๑๗๐
โทร : ๐๗๓ ๓๔๐๓๖๑ | แฟกซ์ : ๐๗๓ ๓๔๐๓๗๘
e-mail : stsp_control@yahoo.com