งานสนับสนุนปฏิบัติทางทหาร
งานสนับสนุนกิจการพลเรือน
งานเสริมสร้างความเข้าใจ
งานปลูกฝังอุดมการณ์
แผนรณรงค์ฯ บทความ/ใบปลิว
โครงการเมตตาธรรม





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แผนรณรงค์ที่ ๑๖๘ - วันปิยะมหาราช

บทความ     ๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราช เหล่าทวยราษฎร์ไทย ร่วมใจรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

         วันที่ ๒๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันที่มีความสำคัญต่อปวงชนชาวไทยอีกวันหนึ่ง ที่ไม่อาจจะลืมเลือนไปจาก ดวงใจของคนไทยทั้งชาติได้ นั่นคือ วันปิยมหาราช ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อพสกนิกรชาวไทย พระองค์ คือ มหากษัตริย์นักพัฒนา ที่ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทรงเป็น ผู้ริเริ่มการพัฒนา เพื่อให้ประเทศไทยมีความเจริญ รุ่งเรืองทัดเทียมกับนานาประเทศ

             เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงประชวรเสด็จ สวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ครั้งนั้นเป็นที่เศร้าสลดอย่างใหญ่หลวง ของพระบรมวงศานุวงศ์ และปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นกษัตริย์ที่เคารพรักของ ทวยราษฎร์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการ ทั้งในการปกครองบ้านเมือง และทรงพระราชทานความร่ม เย็นเป็นสุข แก่ปวงชนทุกหมู่เหล่า โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงได้ถวายพระนามว่า สมเด็จพระปิยมหาราช หรือ พระพุทธเจ้าหลวง

               เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพตามราชประเพณีแล้ว ครั้นเมื่อบรรจบอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ถวายตามราชประเพณี โดยเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกประดิษฐาน บนพระแท่นนพปฎลมหา-เศวตฉัตร และเชิญพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารประดิษฐาน ณ โต๊ะหมู่ในพระที่นั่ง จักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งอนันตสมาคม ส่วนที่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า- อยู่หัว โดยอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ ลานพระราชวังดุสิต  หน้าที่นั่งอนันตสมาคมที่เรียกว่า พระบรมรูปทรงม้า

               พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ สร้างขึ้นจากการที่พระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ปวงชนชาว ไทยทุกหมู่เหล่าผู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้ร่วมใจกันรวบรวมเงินจัดสร้างประดิษฐานขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่ทรงพระชนม์อยู่ เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชย์ ยั่งยืน นานถึง ๔๐ ปี ในขณะนั้น และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์ด้วยพระองค์เอง  เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๔๕๑

            ต่อมาทางราชการได้ประกาศให้วันที่ ๒๓ ตุลาคมซึ่งเป็นวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวเป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติเรียกว่า วันปิยมหาราช และกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการวันหนึ่งของชาติ ไทย  ซึ่งในช่วงแรกๆ เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยต่อมาคือ กรุงเทพมหานครฯ ร่วมด้วยกระทรวงวัง หรือต่อมา คือ สำนักพระราชวัง ได้จัดการตกแต่งพระบรมราชานุสาวรีย์ ตั้งราชวัติ ฉัตร ๕ ชั้น ประดับโคม ไฟราวเทียม กระถางธูป ทอดเครื่องราชสักการะที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

            ในขณะที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงครองสิริราชย์สมบัติอยู่นั้นเป็นช่วง ที่ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกราก ของพายุล่าเมืองขึ้นที่ไม่ได้ถดถอยลงตามกาลเวลา มีแต่
รุนแรงยิ่งขึ้น พระองค์ทรงวางจุดยืนผลประโยชน์ชาติ ด้วยการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างชาญฉลาด ทรง สร้างสมดุลระหว่างชาติมหาอำนาจทั้งอังกฤษ และฝรั่งเศสให้เกิดขึ้น ไม่ให้ฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ พอที่ จะมีช่องว่างยึดไทยเป็นเมืองขึ้น ทรงเสด็จประพาสยุโรป รวมทั้งอเมริกา และรัสเซีย เพื่อสร้างพันธมิตรกับนานา อารยประเทศ      กระนั้นพระองค์ยังคงต้องโทมนัสใจ อย่างใหญ่หลวงเมื่อต้องเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ ฝรั่งเศส เสียรัฐกลันตัน ตรังกานู ปะลิส ให้อังกฤษ เพื่อรักษาหัวใจ คือ เอกราชของชาติไทยไว้

               พระองค์ ทรงปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ ตั้งกระทรวง ทบวง กรมแทนระบบเวียง วัง คลัง นา อย่างเก่า สร้างสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ตัดถนนราชดำเนิน สร้างความเจริญแก่ประเทศชาติชนิดก้าวกระโดด ทรง
ประกาศ เลิกทาส ด้วยความนุ่มนวล ไม่นองเลือดเหมือนหลายประเทศ ลูกหลานไทยได้เป็นไท ไม่ต้องเกิดมา
เป็น ลูกทาส นับแต่นั้น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ชาวไทยทั้งแผ่นดิน จึงขนานนามพระองค์ท่านเป็น สมเด็จพระปิยมหาราช

               เพื่อเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย เราคนไทยที่เกิด และอาศัย อยู่บนผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมแรง ร่วมใจกันพัฒนา ผืนแผ่นดินอันเป็น ถิ่นเกิดของเรา ให้เจริญรุดหน้าต่อไป ร่วมกันสร้างความสันติสุขให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นของเรา ต่อต้านการใช้ความ รุนแรง และหยุดให้ความร่วมมือกับกลุ่มคนผู้ไม่หวังดีต่อประเทศไทยของเรา เพื่อเป็นการน้อมดวงใจรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของปวงชน ตลอดกาล

*********************


                                     

กลับไปหน้าแรก | กลับไปหน้าหลัก | กลับขึ้นข้างบน



ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ กองกำลังสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร
ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ๙๔๑๗๐
โทร : ๐๗๓ ๓๔๐๓๖๑ | แฟกซ์ : ๐๗๓ ๓๔๐๓๗๘
e-mail : stsp_control@yahoo.com