งานสนับสนุนปฏิบัติทางทหาร
งานสนับสนุนกิจการพลเรือน
งานเสริมสร้างความเข้าใจ
งานปลูกฝังอุดมการณ์
แผนรณรงค์ฯ บทความ/ใบปลิว
โครงการเมตตาธรรม





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความและใบปลิว

๑๑๙.
“ยินดีต้อนรับสู่วันรายออีดิลอัฎฮา”



ประเพณีวันขึ้นปีใหม่ร่วมใจทำดีแบบสากล
------------------------------

ตอนนี้หลายคนคงกำลังมีความสุข และรู้สึกดีใจ ที่ได้เฉลิมฉลองการเปลี่ยนศักราชใหม่จากพุทธศักราช ๒๕๔๙ หรือ คริสต์ศักราช ๒๐๐๖ เป็น พุทธศักราช ๒๕๕๐ หรือ คริสต์ศักราช ๒๐๐๗ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนการนับวันเวลาแบบสากลที่ทั่วโลกยอมรับ หลายคนอาจจะยึดถือเอาวันนี้เป็นวันเริ่มกระทำสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตตัวเอง และสังคม หลังจากที่ในห้วงปีที่ผ่านมาอาจจะมีการกระทำที่ผิดพลาดไป
แต่เดิมนั้น เราถือเอาวันแรม ๑ ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับคติแห่งพุทธศาสนา ซึ่งถือช่วงเหมันต์หรือหน้าหนาวเป็นการเริ่มต้นปี ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงไปตามคติพราหมณ์ คือถือเอาวันขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๕ เป็นวันขึ้นปีใหม่ ครั้งภายหลัง เมื่อทางราชการนิยมใช้วันทางสุริยคติ จึงได้ถือเอาวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันปีใหม่ มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๓๒ และเมื่อถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ทางราชการก็ได้มีการประกาศเปลี่ยนแปลง ให้เอาวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับบรรดาอารยะประเทศ
บางทีอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า แต่ก่อนเราถือ วันสงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยด้วย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะวันสงกรานต์นั้นจะตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๕ ของทุกปี จนในปีพ.ศ. ๒๔๓๒ วันสงกรานต์ นี้ตรงกับวันที่ ๑ เมษายน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ จึงประกาศให้ใช้วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ และได้ใช้เรื่อยมา สาเหตุก็เพราะสอดคล้องกับธรรมเนียมโบราณ คือในปีนั้น ตรงกันทั้ง วันสงกรานต์ และวันขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๕
หลังจากนั้นได้มีการใช้วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยแต่นั้นเรื่อยมา แม้ว่าในปีต่อไปจะไม่ตรงกับ วันสงกรานต์ ทั้งนี้เพื่อให้มีกำหนดวันทางสุริยคติที่แน่นอนตายตัวลงไป ต่อมาในวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ คณะรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ ประกาศให้ใช้วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ เป็นสากลทั่วโลก และใช้เรื่อยมาถึงปัจจุบัน
เมื่อใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนจะพากันเก็บกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับไฟและธงชาติตามสถานที่สำคัญๆ ครั้นถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม สำหรับพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ ก็จะมีการทำบุญเลี้ยงพระ ไปวัดเพื่อประกอบกิจกุศลต่างๆ เช่น ฟังพระธรรมเทศนา ถือศีล ปฏิบัติธรรม แต่บางคนก็แค่ทำบุญตักบาตร เช้าวันที่ ๑ มกราคม จะมีการทำบุญตักบาตร ไปท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยือนญาติผู้ใหญ่ผู้ที่เคารพนับถือ มีการมอบของขวัญและบัตรอวยพรให้แก่กัน สำหรับในต่างจังหวัด จะมีการทำบุญเลี้ยงพระที่วัด และอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ญาติที่ล่วงลับ
สำหรับวันขึ้นปีใหม่ 2550 ที่จะถึงนี้ อาจจะพิเศษกว่าปีอื่นๆ เนื่องจากว่าวันสิ้นปี และวันขึ้นปีใหม่แบบสากล เป็นวันที่มีความใกล้เคียงกับวันที่สำคัญของพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามคือวันฮารีรายอ อีดิลอัฏฮา ซึ่งเป็นวันที่ศาสนาอิสลามกำหนดให้พี่น้องมุสลิมสามารถมีการจัดงานรื่นเริงได้ โดยอ้างอิงจากบันทึกของท่าน อนัส บุตรของมาลิกเล่าว่า กลุ่มชนญาฮิลียะฮฺ ซึ่งหมายถึง กลุ่มชนที่อิสลามยังไม่อุบัติขึ้นแก่พวกเขา สำหรับพวกเขามีอยู่สองวันในทุกๆ ปีซึ่งเป็นวันที่พวกเขารื่นเริงสนุกสนานในสองวัน ครั้นเมื่อท่านรสูลุลลอฮฺ เดินทางไปยังเมืองมะดีนะฮฺ ท่านรสุล ก็กล่าวว่า สำหรับพวกท่านมีวันรื่นเริงสนุกสนานอยู่สองวัน ทว่าพระองค์อัลลอฮฺทรงเปลี่ยนให้ดีกว่าวันทั้งสองดังกล่าว นั่นคือวันอีดิลฟิฏริ และวันอีดิลอัฎหา” (บันทึกโดยนะสาอีย์ หะดีษที่ 1538)
เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ ก็จะมีการส่งบัตรอวยพรปีใหม่ให้แก่กันจนกลายเป็นธรรมเนียมถือปฏิบัติกันทั่วโลก โดยส่งคำอวยพรถึงกันและกันในครอบครัว และระหว่างเพื่อนฝูงมิตรสหาย เพราะเป็นวิธีหนึ่งที่จะแสดงความระลึกถึงกันได้เป็นอย่างดีในโอกาสฉลองเทศกาลอันสำคัญนี้ ซึ่งเป็นวาระแห่งความปีติยินดี จุดประสงค์ของการส่งบัตรอวยพรนั้น เพื่อส่งความความสุข ความยินดี และส่งความปรารถนาดีให้รำลึกถึงกันและกันด้วยใจจริง ถ้าหากขาดเป้าหมายเหล่านี้แล้ว บัตรอวยพรราคาแพงที่สวยหรู และถ้อยคำอวยพรที่ไพเราะเพราะพริ้งจะไร้ความหมายทันที ศาสนาอิสลามอนุญาตให้มอบของขวัญ หรือแม้แต่การเขียนบัตรอวยพรให้แก่มุสลิมด้วยกันได้ เพราะนั่นถือว่าเป็นเรื่องของสังคม แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่กำหนดวันเจาะจงที่จะมอบให้อย่างตายตัว มุสลิมสามารถมอบของขวัญ หรือบัตรอวยพรได้ตลอดเวลา
เมื่อวันเวลาผันเปลี่ยนเวียนไปครบ ๑ ปี เราได้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงวันขึ้นปีใหม่ ขอให้เราลองมองย้อนหลังกลับไปคิดดูว่า วันเวลาที่ผ่านมานั้นเราได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าหรือเปล่า และได้กระทำคุณงามความดีอันใดไว้บ้าง ควรหาโอกาสกระทำให้ยิ่งขึ้นทุกปี ในขณะเดียวกันเราได้กระทำความผิดหรือสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องไว้หรือไม่ หากมีต้องรีบปรับปรุงแก้ไขตัวเอง

เริ่ม ปีใหม่เริ่มต้นใหม่รับปีใหม่ ต้นปีให้แต่งเสริมเติมกุศล
ปี ใหม่นี้ปีแห่งสุขปราศทุกข์ทน ใหม่ เพราะคนเป็นคนใหม่ใช่เพียงปี
เริ่ม ปีใหม่เริ่มคิดใหม่เริ่มทำใหม่ เริ่มแก้ไขความผิดพลาดความขลาดเขลา
เริ่มทำลายสิ่งผิดคิดมัวเมา เริ่มขัดเกลาศีลธรรมนำความดี
ต้น ปีใหม่ตั้งต้นใหม่ตั้งใจใหม่ ตั้งมั่นในศาสนาส่งราศี
ตั้งจิตชอบกอบกุศลผลทวี ตั้งแต่นี้ตั้งหน้าพาก้าวไกล
ปี ใหม่นี้เป็นปีที่สุขสันต์ ปีใหม่อันอนาคตแสนสดใส
ปีเก่าแม้สับสนผ่านพ้นไป ปีนี้ให้เปรมปรีดิ์มิหมองมัว
ใหม่ ทั้งปีใหม่ทั้งกายใหม่ทั้งจิต ใหม่ความคิดผ่องใสไร้ความชั่ว
ใหม่ความรู้เร่งศึกษานำพาตัว ใหม่ถ้วนทั่วทุกสิ่งสิ้นจินตนา

-----------------------------------



บทความออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง
เป้าหมาย : เยาวชน,ประชาชนทั่วไป,ผู้นำชุมชน, ผู้นำทางศาสนา และ เจ้าหน้าที่ของรัฐ
แนวโฆษณา : “สุขสมหวัง พี่น้องชาวไทยทุกหมู่เหล่า”
.........................................................

ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ/ค่ะ)
เนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ปีมหามงคลอันยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงมีพระชนมายุครบ ๘๐พรรษา ในวาระที่เป็นมงคลนี้ กระผม / ดิฉัน ขอน้อมจิตอธิษฐาน ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ โปรดดลบันดาลประทานพรให้ พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า จงประสพแต่ความสุขความเจริญสัมฤทธิผลในสิ่งที่พึงปรารถนา
ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ/ค่ะ)แต่เดิมนั้นประเทศไทยได้ถือเอา วันแรม ๑ ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ ต่อมาได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ จึงให้ถือเอาวันที่ ๑ เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ครั้นเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ คณะรัฐบาลในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงครามได้ประกาศให้ใช้ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสากลนิยม ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งนิยมใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ทั่วโลก
ในปี ๒๕๕๐ นี้ นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่พี่น้องไทยพุทธ และพี่น้องไทยมุสลิมจะได้มีโอกาสจัดกิจกรรมฉลองปีใหม่ร่วมกัน เนื่องจากวันฮารีรายออัฎฮา(ฮารีรายอฮัจญ์) ตรงกับวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ ซึ่งกิจกรรมที่พี่น้องชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ ได้แก่ ไปวัด หรือมัสยิด เพื่อทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติพี่น้อง หรือผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว และถือศีล ปฏิบัติธรรม หรือฟังพระธรรมเทศนา ฯลฯ เพื่อให้จิตใจสดชื่นแจ่มใสเบิกบาน ตลอดจนกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรซึ่งกันและกัน หรืออาจจะส่งการ์ดบัตรอวยพร ประดับธงชาติ ทำความสะอาดบ้านและที่พักอาศัย รวมทั้งจัดงานรื่นเริง เลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง หรือตามหน่วยงานต่างๆ วันขึ้นปีใหม่จึงนับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะได้ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้น ใครที่คิดพลาด หลงผิดไปแล้ว ก็ควรที่จะถือเอาโอกาสอันดีนี้ กลับตัวกลับใจมาสู่แนวทางที่ถูกต้องที่ควร ก่อนที่จะสายเกินไป
ท่านผู้ฟังที่เคารพ (ครับ/ค่ะ) ด้วยความห่วงใยของทีมงานผู้จัดรายการฯ ขอให้ทุกท่านอย่าสนุกจนขาดความระมัดระวัง ขอให้อยู่ในความไม่ประมาท เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ในบางพื้นที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังคงกดดัน กดขี่ข่มเหง พ่อแม่พี่น้องต่างๆ นานา
ไม่ว่าจะเป็นใบปลิวข่มขู่ไม่ให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หรือใบปลิวเรียกค่าคุ้มครองจากพี่น้องที่เปิดร้านค้า หากร้านค้าใดไม่ปฏิบัติตามก็จะลอบทำร้าย หรือทำลายร้านค้า ในเรื่องนี้ขอให้พ่อแม่พี่น้องได้พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะหากเราจ่ายค่าคุ้มครองก็เท่ากับว่าเราสนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไปสร้าง ความวุ่นวาย ให้แก่สังคม ขอให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่น และมั่นใจต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จะร่วมมือกับพี่น้องประชาชนในทุกๆ ด้าน เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้โดยเร็ว อย่าปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้ยืดเยื้ออีกต่อไป ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของเราชาวไทยทุกคนที่จะต้องร่วมมือกัน เพื่อช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและผู้ไม่หวังดีต่อประเทศมาลงโทษ ตามกฎหมายของบ้านเมือง
ท่านผู้ฟังที่เคารพ…ครับ/ค่ะ แม้เราจะรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ก็ขอให้พี่น้องทุกคนอย่าได้ประมาท อย่าได้ไว้วางใจคนแปลกหน้าที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน หรือชุมชนของท่าน อย่าได้หลงเชื่อข่าวลือที่จะสร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นระหว่างพี่น้องประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งขอให้ช่วยกันแจ้งข้อมูลข่าวสาร เบาะแสของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่อยู่ใกล้บ้านท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบเห็นสิ่งใดที่ผิดปกติไม่ปลอดภัย หรืออาจจะนำไปสู่การก่อวินาศกรรม หรือการก่อการร้ายต่าง ๆ กรุณาแจ้งข้อมูลข่าวสารได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๑๓๔๑ ,๑๘๘๑ และ ๐-๗๓๒๖-๒๕๗๒ เพื่อที่จะได้แก้ไข และป้องกันสถานการณ์เลวร้ายได้ทันท่วงที
สำหรับในช่วงเทศกาลวันปีใหม่นี้ ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีแต่ความสุขสมหวัง มอบความรักความอบอุ่นให้แก่กันและกัน และมีความเจริญรุ่งเรืองทั่วหน้ากันทุกคน

.....................................................................

กลับไปหน้าแรก | กลับไปหน้าหลัก | กลับขึ้นข้างบน



ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ กองกำลังสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร
ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ๙๔๑๗๐
โทร : ๐๗๓ ๓๔๐๓๖๑ | แฟกซ์ : ๐๗๓ ๓๔๐๓๗๘
e-mail : stsp_control@yahoo.com