ร่วมกันทำความดีในเดือนแห่งบุญ
การทำความดีของคนเรานั้น ไม่ควรคำนึงถึงห้วงเวลา เพราะการทำความดีควรทำอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะทำอะไร ทำดี ทำเลว ทำชั่ว อยู่ที่ไหน แม้ว่าจะไม่มีคนอื่นเห็น แต่คนหนึ่งที่เห็นและรับรู้ตลอดเวลาก็คือตัวของเราเอง เราอาจจะโกหกคนอื่นได้ แต่ไม่สามรถโกหกตัวเองได้ แต่การทำความดีนั้น อาจจะมีบางห้วงที่ทุกคนต่างมุ่งเน้นการทำความดีอย่างจริงจัง ทำมากกว่าวันเวลาปกติ ซึ่งอาจจะเกิดจากเหตุผลที่แตกต่างกันออกไปตามความเชื่อถือศรัทธาของตนเอง
ในเดือนนี้ ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะอยู่ในห้วงของเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอด ซึ่งพี่น้องมุสลิมทุกคนจะต้องมุ่งกระทำแต่ความดี ละเว้นการทำบาปทั้งปวง การถือศีลอดเป็นการอบรมมนุษย์ให้มีการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความยุ่งยาก และสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างของชีวิตชั่วระยะเวลาหนึ่งของทุกๆ ปี และเพื่ออบรมตนเองให้เรียนรู้ถึงการควบคุมความใคร่และความต้องการของแต่ละคน ให้มีความเคยชินต่อการอดทน มีขันติ และมีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อยู่เสมอ ทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย
สำหรับพี่น้องนับถือศาสนาพุทธหรือที่เรียกกันว่าพุทธศาสนิกชน ก็จะอยู่ในช่วงของเทศกาลงานทอดกฐิน ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง หนึ่งปีจะมีเพียงห้วง ๑ เดือนนี้เท่านั้น โดยนับจากวันออกพรรษา ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ ๘ ตุลาคมที่ผ่านมา ไปจนกระทั่งถึง วันที่ ๗ พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีความเชื่อว่า พิธีทอดกฐิน เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่เพราะมีเพียงปีละครั้ง ท่านจึงจัดเป็นกาลทาน แปลว่า "ถวายตามกาลสมัย"
กฐินเป็นชื่อของบุญกิริยา คือ การทำบุญ หมายถึง การถวายผ้ากฐินเป็นทานแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษา อยู่ในวัดใดวัดหนึ่งครบ ๓ เดือน เพื่อสงเคราะห์ผู้ประพฤติปฏิบัติชอบให้มีผ้านุ่งหรือผ้าห่มใหม่ จะได้ใช้ผลัดเปลี่ยนของเก่าที่จะขาดหรือชำรุด การทำบุญถวายผ้ากฐิน หรือที่เรียกว่า ทอดกฐิน คือทอดหรือวางผ้าลงไปแล้วกล่าวคำว่าถวายในท่ามกลางสงฆ์ เรียกได้ว่าเป็น กาลทาน คือ การถวายก่อนหน้านั้น หรือหลังจากนั้นไม่เป็นกฐิน ท่านจึงหาโอกาสทำได้ยาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นประเพณีที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลายสำหรับพี่น้องที่นับถือศาสนาพุทธ ในการบำเพ็ญบุญกุศล เรื่องกฐินนี้ยังถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ร่วมไปกับการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ไปในขณะเดียวกันด้วย
ในห้วงเดือนนี้จะมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีกำหนดเทศกาล การทำบุญอันยิ่งใหญ่เช่นเดียวกันก็คือ กลุ่มคนไทยเชื้อสายจีน ที่กำหนดให้มีเทศกาลการกินเจ หรือประเพณีถือศีลกินผัก (เจียะฉ่าย) ประเพณีนี้เริ่มมีขึ้นครั้งแรกที่ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ในปี พ.ศ. ๒๓๖๘ พระยาถลาง (เจิม) ได้ย้ายเมืองถลาง มาตั้งที่บ้านเก็ตโฮ่ ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ดีบุก แต่บริเวณดังกล่าว เป็นป่าทึบมีไข้ป่าชุกชุม ดังนั้นเมื่อมีคณะงิ้วเร่ (ปั่วฮี่) จากเมืองจีนมาเปิดการแสดง และเกิดล้มเจ็บลง คณะงิ้ว จึงได้ประกอบพิธีกินผักขึ้น เพื่อบวงสรวงเทพเจ้า กิ๋วอ๋องไต่เต่ และ ยกอ๋องซ่งเต่
หลังจากนั้นปรากฏว่า โรคภัยไข้เจ็บ ได้หมดไป ชาวอำเภอกะทู้สอบถามได้ความ เช่นนั้นก็เกิดศรัทธา จึงประกอบพิธีกินผักขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ วันขึ้น ๑ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๙ รวม ๙ วัน ๙ คืน เพื่อความ เป็นมงคลแก่ตนเอง และบ้านเมือง ต่อมามีผู้รู้รับอาสา ไปอัญเชิญเหี่ยวโห้ย หรือ เหี่ยวเอี้ยน (ควันธูป) และเลี่ยนตุ่ย (ป้ายชื่อ) พร้อมทั้งคัมภีร์ต่างๆ ที่ใช้ในพิธีกินผัก ที่มณฑลกังไส ประเทศจีน และได้เดินทางกลับมาถึงใน วันขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๙ เมื่อชาวบ้านทราบข่าว จึงได้จัดขบวนไปรับ ที่บ้านบางเหนียว อันเป็นกำเนิดของพิธีรับพระนั่นเอง สำหรับผู้เข้าร่วมพิธีกิน
ผักนั้น นอกจากจะได้รับผลบุญ และความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองแล้ว ยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตใจมีเมตตา ไม่ฆ่าสัตว์ ละเว้นอบายมุขทั้งปวง อันก่อให้เกิดความสะอาด สว่างสงบในจิตใจ
สำหรับในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของประเทศไทยเรา เป็นพื้นที่ที่มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ท่ามกลางความแตกต่างทางวัฒนธรรม โดยจะมีทั้งพี่น้องที่เป็นมุสลิม พี่น้องพุทธศาสนิกชน และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งแม้จะมีความแตกต่างกันทั้งด้านเชื้อชาติศาสนา ความเชื่อถือศรัทธา และมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน ก็คือ ทุกคนต่างก็มุ่งมั่นที่จะทำความดีอย่างจริงจัง ในห้วงเดือนนี้
ในขณะพี่น้องประชาชนเร่งทำความดี ในส่วนของราชการก็มิได้นิ่งเฉยแต่ประการใด ได้มีการส่งเสริม สนับสนุนการประกอบคุณงามความดีเหล่านี้อย่างจริงจัง จะเห็นได้จากที่ผ่านมา มีทั้งการให้เงินงบประมาณสนับสนุน การมอบสิ่งของที่ใช้ในการประกอบพิธี และการประชาสัมพันธ์การจัดงานต่างๆ ผ่านสื่อในหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งการเข้าร่วมจัดกิจกรรม โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา
การอยู่ร่วมกันย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ในขณะที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่จะมุ่งมั่นในการทำความดี แต่อาจจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่ยึดมั่นในหลักคำสอนของศาสนาของตนเอง กลับไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ มีทั้งการเข่นฆ่า ข่มขู่ การลอบทำร้าย และการทำลายสิ่งสาธารณประโยชน์ต่างๆ ที่พี่น้องจำเป็นต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่ขัดขวางการทำความดี และขัดขวางความเจริญของส่วนรวม ซึ่งเราสมควรอย่างยิ่งที่จะขับไล่ออกไปจากท้องถิ่น หรือถ้าสามารถทำได้ก็ควรที่จะชักนำเขาให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม หยุดสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น และอย่าสร้างความมัวหมองให้กับศาสนาที่ตนเองยึดมั่น นับถือ
พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านถึงแม้ว่าเราจะเกิดมาท่ามกลางความแตกต่างกัน ในด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม แต่เราไม่เคยแตกต่างกันในความเป็นคนไทย ทุกคนมีคุณค่าของความเป็นคน มีสิทธิ์ในการทำความดี มีอิสระมีเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน ประเทศไทยไม่เคยปิดกั้นในสิทธิเสรีภาพของใคร จนเป็นที่กล่าวขานกันในระดับนานาประเทศทั่วโลก เขาเหล่านั้นรู้สึกภาคภูมิใจแทนทุกคนที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย เพราะไม่มีประเทศใดในโลกที่พี่น้องประชาชนจะมีอิสระมีเสรีภาพได้มากมายเท่านี้อีกแล้ว ฉะนั้นเราทุกคนที่เกิดมาเป็นคนไทยจึงควรที่จะหันมาร่วมมือ ร่วมใจกัน ดำรงความเป็นไทย และพัฒนาผืนแผ่นดินถิ่นเกิดของเราให้เจริญก้าวหน้า พี่น้องประชาชนมีความกินดี อยู่ดี มีความสุข และที่สำคัญสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขสืบต่อไป
----------------------------------------------------------------------------------------------
บทความแถลงข่าว
พี่น้องร่วมชาติแผ่นดินที่รักทุกท่านในเดือนนี้ นับเป็นห้วงเดือน แห่งบุญโดยแท้ พี่น้องมุสลิมกำลังเร่งสร้างความดีในเดือนรอมฎอน พี่น้องพุทธศาสนิกชนก็ร่วมกันทำบุญทอดกฐิน ในเทศกาลออกพรรษา พี่น้องไทยเชื้อสายจีนก็จะเริ่มเทศกาลถือศีลกินเจกัน
ขอได้ร่วมกันเป็นกำลังใจ ให้พี่น้องทุกเชื้อชาติ ศาสนา ได้มีสุขภาพ อนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง สามารถประกอบศาสนกิจสร้างคุณงามความดีได้ตามหลักศาสนาที่เรายึดมั่นเคารพศรัทธา อย่างเต็มกำลังความสามารถ ขอให้พี่น้องร่วมชาติร่วมแผ่นดินที่รักทุกท่าน จงมีความรักความสามัคคีโดยไม่แบ่งแยก เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อร่วมกันสร้างความดี ให้เกิดแก่ตนเอง และแผ่นดินถิ่นเกิดรวมถึงประเทศชาติของเราสืบไป
------------------------------
|