***ร่วมกันสอดส่องดูแลชุมชนของเรา พบเห็นบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัยแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หรือโทร 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ***

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้46
เดือนนี้1871
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด302863

Kubik-Rubik Joomla! Extensions

วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2556 สู่ เด็ก ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

      วันเด็กแห่งชาติ เป็นวันสำคัญในประเทศไทยตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันหยุดราชการที่มิได้ชดเชยในวันทำงานถัดไป (วันจันทร์) มีการให้ คำขวัญวันเด็ก ทุกปีโดยนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น

       ซึ่งในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2556 นี้ สำนักงานโฆษกรัฐบาลแจ้งว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันเด็ก เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2556 ดังนี้
      “รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน”
      ประวัติ งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญ และความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาท อันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ
    งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมจนถึง พ.ศ. 2506 และใน พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้เริ่มจัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2508 โดยเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงหมดฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการ จนถึงทุกวันนี้ จุดประสงค์เพื่อให้เด็ก ทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

      แต่เด็ก ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากผลการศึกษาสภาการณ์ด้านวิถีและปัญหาการเลี้ยงดู พบว่า วิถีการเลี้ยงดูที่พึงประสงค์ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่เป็นปัญหาและควรปรับปรุงพัฒนา และ ในการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มในการก่อความไม่สงบ ว่าเหตุใดบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจึงเข้าร่วมขบวนการกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นเพียงเยาวชน กลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ แต่อยู่ในสภาพแวดล้อมและในสถานการณ์ของขบวนการก่อเหตุรุนแรง ทำให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ เนื่องจากมีแนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน หรือกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่ยังแฝงตัวในพื้นที่ มาชักจูงให้เยาวชน หรือกลุ่มวัยรุ่น เข้าสู่ขบวนการ และมีหลายกลุ่ม ใช้วิธีแทรกซึมและแฝงตัวปะปนกับชาวบ้านทั่วไป และใช้เยาวชนวัยรุ่นเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการก่อเหตุรุนแรง
       เรา พ่อแม่ ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่จะส่งผล กระทบต่อเด็ก ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเป็นกำลังสำคัญในการนำพาความสันติสุข ความเจริญสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปในวันข้างหน้า โดยเริ่มจาก พ่อแม่ ควรให้การอบรมเลี้ยงดูลูกโดยทั่วไป ไม่ให้ใช้เพียงรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง แต่ให้มีการผสมผสานในหลายรูปแบบเข้ากัน โดยอาจมีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งนำมาในการอบรมเลี้ยงดูมากกว่ารูปแบบอื่น ๆ โดยเลือกให้มีความเหมาะสม เช่น การเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ การเลี้ยงดูแบบมีเหตุผล เป็นต้น สอนให้รู้จักหลักการศาสนา ที่ถูกต้อง อย่าหลงเชื่อคำสอนที่บิดเบือนศาสนา และอย่ายินยอมให้ถูกชักนำไปเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ ให้ยอมรับในความแตกต่าง และความหลากหลายทางศาสนาและ วัฒนธรรม ตลอดจนความหลากหลายทาง ชาติพันธุ์ ควรได้รับการขัดเกลาและพัฒนาสภาพจิตใจจากสังคม ให้ผ่านการเรียนรู้ตนเองและเรียนรู้สิ่งแวดล้อม ให้มีความคิดสามารถพัฒนาตนเอง ซึ่งตัวแทนในทางขัดเกลา ได้แก่ ครอบครัว เพื่อน โรงเรียน เพื่อสร้างระเบียบวินัย สร้างความรู้ให้แก่สังคม สร้างการมีส่วนร่วม การยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเยาวชนในพื้นที่ต้องการการมีส่วนร่วม ต้องการการยอมรับ ความเป็นอัตลักษณ์ของเยาวชนมุสลิมในพื้นที่ และ ให้ห่างจากอิทธิพลสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น อบายมุข ยาเสพติด คบคนไม่ดี เป็นต้น

       การก้าวสู่ "ประชาคมอาเซียน" หรือ ASEAN Community ในปี พ.ศ.2558 ไม่มีใครปฏิเสธว่าเป็น "โอกาส" ในหลายๆ ด้านที่แต่ละประเทศสมาชิกจะได้พัฒนา โดยเฉพาะในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเคลื่อนย้ายแรงงาน และที่มองข้ามไม่ได้เลยคือเรื่องการศึกษา แต่สำหรับประเทศไทย อาจได้รับประโยชน์มากถึงขั้นเป็น "โอกาสในวิกฤติ" เลยทีเดียว โดยเฉพาะกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เยาวชน ถือเป็นกลไกหนึ่งที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีสัดส่วนมากพอสมควร แต่เนื่องจากปัญหาของเยาวชนในพื้นที่สำคัญ คือ เรื่องการศึกษาซึ่งเกิดจากคุณภาพการศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ รวมถึงการเข้าถึง โอกาสทางการศึกษาของเยาวชนในภาคใต้ถือว่าน้อยมาก ดังนั้น เยาวชน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถ การสื่อสาร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มองค์กรเยาวชนด้วยกัน เพื่อเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมภายนอก เพื่อที่จะต้อนรับอาเซียนในปีพ.ศ.2558 ซึ่งประชาคมอาเซียนได้ประกาศที่จะให้ ทุกประเทศสมาชิกอาเซียนรวมถึงประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวในทุกมิติตามข้อตกลง จึงทำให้เกิดการตื่นตัวของเยาวชน และกลุ่มองค์กรเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ โดยมุ่งประเด็น เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอาเซียนในด้านต่างๆ ดังนั้น เยาวชนจะต้องมีการพัฒนาตนเอง ให้มีความรู้เท่าทันต่อโลกอาเซียน

 

 

         เด็ก ๆ เปรียบเสมือนผ้าขาว เปรียบเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ ซึ่งต้องเรียนรู้โลกอีกมากมายจาก บุคคลรอบ ๆ ข้าง และสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว เด็ก ๆ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไร จึงขึ้นอยู่กับ พ่อแม่ บุคคลรอบข้างและสิ่งแวดล้อม อนาคตของเด็ก ๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับ การอบรมสั่งสอน การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีงาม ที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันของสังคม ทั้งในท้องถิ่น ในประเทศ และในโลกใบนี้ เพื่ออนาคตของเด็ก ๆ ที่จะสามารถใช้ชีวิตต่อได้อย่างมีความสุข เป็นผู้ใหญ่ที่ดี สร้างสรรค์สิ่งที่ดี ความสงบสุข ความเจริญ ให้กับตนเองและพัฒนานำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่สังคม และประเทศชาติ ในวันข้างหน้าต่อไป

 

 

 

 

ปรับปรุง 10 ม.ค. 2556